วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

CLA จะหารือการจำกัดเศรษฐีจ้างผู้อนุบาลต่างชาติในปลายเดือนธันวาคมนี้

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา ภริยาของนายกัว ไถหมิง อัครมหาเศรษฐีของไต้หวัน เจ้าของโรงงานฟอกซ์คอน ซึ่งเป็นโรงงานรับจ้างผลิตคอมพิวเตอร์และสินค้าอิเลคทรอนิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกประชาชนพบว่าใช้ผู้อนุบาลต่างชาติเดินตามช่วยถือข้าวของ ขณะช็อบปิ้งตามห้างสรรพสินค้าในกรุงไทเป เข้าข่ายใช้คนงานต่างชาติผิดตำแหน่งงาน ถือว่าผิดกฎหมาย จึงมีการร้องเรียน กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากวิจารณ์อย่างมาก นอกจากนี้ มักจะมีบรรดาไฮโซและดาราชื่อดัง ถูกร้องเรียนว่าใช้งานผู้อนุบาลอย่างผิดกฎหมาย และ CLA ก็ถูกล่าวหาว่า อนุมัติมั่วและปล่อยปละละเลยต่อการใช้งานแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะผู้อนุบาล ซึ่งมีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ แต่กลับถูกเรียกให้ไปทำงานบ้าน ขายของ เลี้ยงลูก พาสุนัขไปเดินเล่น หรือให้เดินตามเป็นคนใช้ขณะคุณนายไปช็อบปิ้ง โดยกรณีของภริยานายกัว หลังตกเป็นข่าว ถูกกองแรงงาน เทศบาลกรุงไทเปลงโทษปรับ 30,000 เหรียญไต้หวัน หากทำผิดซ้ำสอง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีนักวิชาการและเจ้าหน้าที่ระดับ ผอ. กองแรงงาน จาก 5 นครใหญ่ ได้แก่ กรุงไทเป นครนิวไทเป นครไทจง นครไถหนานและนครเกาสง ต่างเสนอต่อ CLA ว่า ควรจะจำกัดสิทธิในการยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติสำหรับผู้มีฐานะมั่งคั่ง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ผู้มีสิทธิยื่นขอนำเข้าผู้อนุบาล

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันทะลุด่าน 420,000 คน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คนงานอินโดครองสัดส่วน 40%

คณะกรรมการการแรงงาน หรือ CLAของไต้หวันเปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน พุ่งสูงถึง 420,931 คนแล้ว จัดเป็นตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์ ในจำนวนนี้ คนงานอินโดนีเซียมีจำนวนมากที่สุด 172,068 คน คิดเป็นร้อยละ 40 ของแรงงานต่างชาติทั้งหมด รองลงมาคือเวียตนาม มีจำนวน 93,870 คน คิดเป็นร้อยละ 22อันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 82,850 คน ครองสัดส่วนร้อยละ 19.7 และอันดับสุดท้ายได้แก่คนงานไทย มีจำนวน 72,138 คน ครองสัดส่วนร้อยละ 17.13

CLA ระบุว่า แรงงานต่างชาติในไต้หวันแบ่งเป็นแรงงานในภาคการผลิตและแรงงานภาคสวัสดิการสังคม โดยแรงงานภาคการผลิต ได้แก่แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ตามโรงงานและไซต์งานก่อสร้าง มีจำนวน 224,176 คน แม้ว่าแรงานไทยจะมีจำนวนน้อยที่สุดอยู่ในอันดับสุดท้ายของตาราง แต่แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในในภาคการผลิต กลับเป็นแรงงานไทยมาเป็นอันดับ 1 โดยมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในภาคการผลิตถึง 71020 คน รองลงมาได้แก่แรงงานฟิลิปินส์ 59,492 คน ส่วนแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม เช่นผู้อนุบาล เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วปีละกว่า 10,000 คน ส่งผลให้มีจำนวน 196,755 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานอินโดนีเซียถึง 145,981 ครองสัดส่วนเกือบ

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

CLA ผ่อนปรนคุณสมบัติแรงงานที่เสียชีวิตจากการทำงานหนัก คนงานไทยที่ตายด้วยโรคไหลตาย มีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนเท่ากับผู้ที่ตายในหน้าที่

ไม่ว่าจะแรงงานท้องถิ่นหรือต่างชาติ หากเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเงินทดแทนจากกองทุนประกันภัยแรงงานรวมทั้งหมด 45 เท่าของค่าจ้างที่เอาประกัน แต่ที่ผ่านมา แรงงานที่ทำงานหนัก มีเวลาพักผ่อนน้อย จู่ๆ ก็มาเสียชีวิต โดยไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ อาจเสียชีวิตขณะนอนหลับ หรือเสียชีวิตขณะทำงาน โดยมากจะถูกตีความไปว่า เสียชีวิตจากโรคทั่วไป จะได้รับเงินทดแทนจากกองทุนประกันภัยตามอายุการเข้ากองทุน กล่าวคือไม่ถึง 1 ปี จะได้รับ 15 เท่าของค่าจ้างที่เอาประกัน เกิน 1 ปี แต่ไม่ครบ 2 ปี จะได้รับ 25 เท่าของค่าจ้าง อายุการเข้ากองทุนเกิน 2 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินทดแทนเท่ากับ 35 เท่าของค่าจ้างที่เอาประกัน ทั้งที่การเสียชีวิตอาจสืบเนื่องจากการทำงานหนัก ไม่มีเวลาพักผ่อน

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. 2554 ที่ผ่านมา CLA ได้ผ่อนปรนคุณสมบัติแรงงานที่เสียชีวิตจากการทำงานหนัก โดยไม่ต้องเกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นจะจะมีผู้เสียชีวิตจากการทำงานหนักจำนวนมาก จนมีคำใช้เรียกโดยเฉพาะว่า Karochi ถ้าเป็นไทยก็ตรงตัวว่า เสียชีวิตจากการทำงานหนัก หรือที่เรียกว่า "ไหลตาย"นั่นเอง โดย CLA จะมีการตรวจสอบหาสาเหตุของการเสียชีวิต หากยืนยัน

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

นายจ้างไต้หวันร้อยละ 85 ยินดีจ่ายค่าจ้างแก่ผู้อนุบาลต่างชาติตามค่าจ้างขั้นต่ำ

รายงานสำรวจฉบับล่าสุดที่จัดทำโดยคณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวันพบว่า นายจ้างส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับการจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้อนุบาล ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลประกาศ รายงานสำรวจที่ดำเนินการสอบถามนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติจำนวน 5,064 ราย ปรากฎว่า ร้อยละ 85 ตอบว่า ยินดีจะจ่ายค่าจ้างตามค่าจ้างขั้นต่ำ ขณะที่ร้อยละ 64 ยินยอมให้ผู้อนุบาลต่างชาติมีเวลาหยุดพักได้ หลังจากที่ทำงานต่อเนื่องในแต่ละวัน แต่เมื่อถามว่า มีความประสงค์จะหันมาว่าจ้างผู้อนุบาลท้องถิ่นก่อนหรือไม่ มีเพียงร้อยละ 27 เท่านั้นที่ตอบว่า จะลองดู แสดงว่า ความต้องการที่จะว่าจ้างแรงงานท้องถิ่นของนายจ้างไต้หวัน อยู่ในระดับไม่สูง ส่วนใหญ่ยังต้องการพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติ


เนื่องจากผู้อนุบาลที่ทำงานอยู่ในบ้านของนายจ้าง ยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ดังนั้น ปัจจุบัน ผู้อนุบาลต่างชาติ จึงยังไม่ได้รับการปรับขึ้นเงินค่าจ้าง ส่วนใหญ่ยังได้รับเงินค่าจ้างเดือนละ 15,840 เหรียญไต้หวัน ยกเว้นผู้อนุบาลไทยที่สำนักงานแรงงานไทย กำหนดให้ค่าจ้างเป็นไปตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ด้าน CLA ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างร่างกฎหมายคุ้มครองผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้านเป็นการเฉพาะ เพื่อให้ได้รับค่าจ้างตามค่าจ้างขั้นต่ำ จากการสำรวจในประเด็นนี้ นายจ้างไต้หวันร้อยละ 85.42 เห็นว่า การจ่ายค่าจ้างแก่ผู้อนุบาลต่างชาติตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล มีเพียงร้อยละ 14.58 ที่คัดค้าน แสดงว่า นายจ้างส่วนใหญ่ยอมรับได้ ที่จะให้ผู้อนุบาลได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

CLA สำรวจพบ ผู้อนุบาลต่างชาติ มีรายได้เฉลี่ยแค่ชั่วโมงละ 47.3 เหรียญเท่านั้น

เพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานและบริหารดูแลแรงงานต่างชาติ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา คณะกรรมการการแรงงาน หรือ CLA ของไต้หวันดำเนินการสำรวจเพื่อเก็บข้อมูลทุก 2 ปี และการสำรวจครั้งล่าสุด ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2010 สิ้นสุดลงเมื่อกลางเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา โดยได้สำรวจนายจ้างจำนวน 12,265 ราย ประกอบด้วย ภาคการผลิต 7,201 ราย และนายจ้างของผู้อนุบาลต่างชาติ 5,064 ราย พบว่า แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตเฉลี่ยทำงานวันละ 10.2 ชั่วโมง ค่าจ้างโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 23,133 เหรียญต่อคนต่อเดือน ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติต้องทำงานวันละ 12.9 ชั่วโมง ค่าจ้างโดยเฉลี่ย 18,341 เหรียญไต้หวัน และมีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ที่มีวันหยุดประจำสัปดาห์ หากคิดคำนวณชั่วโมงทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติในแต่ละเดือน จะสูงถึง 387 ชั่วโมง ขณะที่มีรายได้เฉลี่ยตลอดเดือน 18,341 เหรียญ คิดเป็นรายชั่วโมง มีแค่ 47.3 เหรียญเท่านั้น ถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก


รายงานสำรวจฉบับนี้ยังพบว่า รายได้ของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 23,133 เหรียญต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นกว่าการสำรวจครั้งที่แล้ว คือเมื่อปี 2009 เล็กน้อย กล่าวคือเพิ่มขึ้น 47.3 เหรียญ ในจำนวนนี้เป็นเงินเดือน 17,673 เหรียญ ค่าจ้างทำงานล่าวเวลา 4,925 เหรียญ เงินโบนัสและเบี้ยเลี้ยง 535 เหรียญ และในภาคการผลิต แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม จะมีรายได้สูงกว่า คือเฉลี่ยเดือนละ 23,168 เหรียญ ขณะที่แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไซต์งานก่อสร้าง จะมีรายได้น้อยกว่า 1,870 เหรียญ เฉลี่ยอยู่ที่ 21,298 เหรียญ

ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติที่ทำงานอยู่ในบ้านของนายจ้าง ต้องทำงานเฉลี่ยวันละ 12.9 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าจ้างล่วงเวลา เนื่องจากไม่ได้อยู่ในการบังคับใช้ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ส่งผลให้แต่ละเดือน มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 18,341 เหรียญ โดยจำแนกออกเป็น เงินเดือน 15,983 เหรียญ ค่าโอทีในวันหยุดประจำสัปดาห์ 2,027 เหรียญ คิดเป็นชั่วโมงละ 47.3 เหรียญเท่านั้น

รายงานสำรวจฉบับนี้ยังพบว่า มีนายจ้างเพียงร้อยละ 5.6 ที่อนุญาตให้ผู้อนุบาลต่างชาติหยุดพักสัปดาห์ละ 1 วัน ร้อยละ 52 อนุญาตให้หยุดพักได้เป็นบางช่วงเวลา ขณะที่นายจ้างร้อยละ 42.4 ไม่ได้ให้ผู้อนุบาลต่างชาติหยุดพักเลย

ส่วนประเด็นที่สมาชิกในครอบครัวของนายจ้าง ได้ให้ความช่วยเหลือ โดยผลัดเปลี่ยนกันดูแลคนป่วยกับผู้อนุบาลต่างชาติหรือไม่ ร้อยละ 62.2 ตอบว่า มี เฉลี่ยผลัดเปลี่ยนกับผู้อนุบาลต่างชาติดูแลคนป่วย วันละ 5 ชั่วโมง ส่วนนายจ้างร้อยละ 37 ปล่อยให้ผู้อนุบาลต่างชาติดูแลคนป่วยตามลำพัง