หลังจากที่ไต้หวันประกาศระงับการนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์ชั่วคราว ด้วยการขยายเวลาการอนุมัติคำร้องขอนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์ จากปกติ 7-12 วันทำการเป็น 4 เดือน เพื่อตอบโต้กรณีที่รัฐบาลฟิลิปปินส์จับนักต้มตุ๋นชาวไต้หวัน 14 คน ส่งให้จีนแผ่นดินใหญ่ดำเนินการทางกฎหมาย โดยอ้างว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีเอกสารการเดินทาง จึงเนรเทศส่งให้จีนแผ่นดินใหญ่ ไม่แยแสต่อข้อเรียกร้องที่ขอให้ส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไต้หวัน ทำให้รัฐบาลไต้หวันแสดงความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับเรียกตัวผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปในกรุงมะนิลา ซึ่งมีฐานะเป็นฑูตไต้หวันประจำประเทศฟิลิปปินส์กลับประเทศ และตัดโครงการความร่วมมือและทุนการศึกษาที่ให้กับ
วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554
รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานเดินทางมาตรวจเยี่ยมแรงงานไทยในไต้หวัน พร้อมร่วมมือกับ CLA ดำเนินการเฉียบขาดกับบริษัทจัดหางานที่เก็บค่าหัวคิวแพง
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. กระทรวงแรงงานของไทยฝ่าอุปสรรคทางด้านการเมือง นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงแรงงาน เดินทางมาตรวจเยี่ยมแรงงานไทยถึงที่ไต้หวัน จัดเป็น รมว. กระทรวงแรงงานคนแรกที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่พี่น้องแรงงานไทยอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันเพื่อขยายตลาดแรงงานและหาตำแหน่งงานว่าง รองรับแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากกรณีในลิเบียและแรงงานไทยที่ต้องการไปทำงานยังต่างประเทศเพิ่มเติม
การเดินทางเยือนไต้หวันครั้งนี้ มีโอกาสไปตรวจเยี่ยมแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ที่บริษัทชุนหยวน สตีล ในเมืองหลงถาน และคนงานก่อสร้างที่บริษัทแพนเอเชีย เอ็นจิเนียริ่ง คอนสตรัคชั่น และพบปะกับแรงงานไทยกว่า 100 คน ณ จุดนัดพบที่แรงงานไทยมักจะไปรวมตัวกันในช่วงพักผ่อนที่บริเวณย่านสถานีรถไฟ เพื่อรับรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่
การเดินทางเยือนไต้หวันครั้งนี้ มีโอกาสไปตรวจเยี่ยมแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ที่บริษัทชุนหยวน สตีล ในเมืองหลงถาน และคนงานก่อสร้างที่บริษัทแพนเอเชีย เอ็นจิเนียริ่ง คอนสตรัคชั่น และพบปะกับแรงงานไทยกว่า 100 คน ณ จุดนัดพบที่แรงงานไทยมักจะไปรวมตัวกันในช่วงพักผ่อนที่บริเวณย่านสถานีรถไฟ เพื่อรับรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่
วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
เตือนแรงงานไทยเปลี่ยนชื่อหวังทำงานเกิน 9 ปี อาจถูกดำเนินคดีข้อหาแปลอมแปลงเอกสารและแจ้งข้อมูลเท็จ
ปัจจุบันกฎหมายการจ้างงานไต้หวันอนุญาตให้แรงงานต่างชาติทำงานได้ไม่เกิน 9 ปี แต่มีคนงานไทยที่ทำงานใกล้จะครบหรือครบ 9 ปีแล้ว และประสงค์จะกลับมาทำงานในไต้หวันอีก หากใช้วิธีเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล หรือกระทั่งสวมบัตรประชาชนคนอื่นกลับเข้ามา ระวังจะถูกดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารและแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงาน โดยช่วงไม่กี่เดือนมานี้ พบว่ามีแรงงานไทยถูกส่งกลับหรือกระทั่งถูกดำเนินคดีแล้วหลายราย
ล่าสุดเกิดขึ้นที่เมืองไทจุง นายอมฤต สุรภีร์ อายุ 33 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันแล้ว 3 ครั้ง รวมระยะเวลาทำงาน 8 ปี 9 เดือนเศษ ได้เปลี่ยนชื่อทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ แล้วเดินเรื่องกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิมเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา วันรุ่งขึ้นบริษัทจัดหางานพาไปพิมพ์ลายนิ้วมือ และยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ที่สำนัก
ศาลสูงไต้หวันตัดสินจำคุกตลอดชีวิตคนงานเวียดนาม มือวางเพลิงเผาแรงงานไทย 6 ศพ
เหตุการณ์ที่คนงานเวียดนามไม่พอใจแพ้การพนัน ซื้อน้ำมันเบนซินราดแล้วจุดไฟเผาร้านคาราโอเกะย่างสดคนงานไทยไปถึง 6 ศพ ยาดเจ็บสาหัสอีก 4 คน ซึ่งเป็นคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญทั่วไต้หวันเมื่อปลายปี 2552 เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมานี้ ศาลสูงไต้หวันได้พิพากษาแล้ว โดยยังคงยืนตามคำพิพากษาเดิมของศาลท้องถิ่น ตัดสินจำคุกนาย Tran Quang Cuong แรงงานผิดกฎหมายชาวเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาวางเพลิงตลอดชีวิต ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นาย Hoang Duy Chung ถูกตัดสินจำคุกจาก 10 ปี ลดลงเป็น 7 ปี 6 เดือน ข้อหาช่วยเหลือนาย TRAN ฆ่าคนตาย ส่วนนาง Nguyen ThiNhi แฟนสาวชาติเดียวกันของนาย Tran ถูกตัดสินจำคุก 8 เดือน ข้อหาให้การเท็จ แต่ทั้งสามยังมีโอกาสอุทธรณ์ได้อีก คำพิพากษาของศาลสูงไต้หวันระบุว่า
ผู้ต้องหาชาวเวียดนามเนื่องจากไม่พอใจที่เสียพนันให้คนงานไทยเป็นเงิน 10,000 เหรียญเศษ ขับขี่รถมอเตอร์ไซต์ออกไปซื้อน้ำมันเบนซินที่ปั้มใกล้เคียงในปริมาณ 15 ลิตร จากนั้นกลับมาที่ร้าน จัดการราดน้ำมันทั่วแล้วจุดไฟเผา ทำให้คนงานไทยถูกย่างสดในที่เกิดเหตุ 3 ศพ และไปเสียชีวิต
จับพ่อค้าใจดำ ปลอมเครื่องสำอางขายแรงงานต่างชาติ จนเสียโฉมไปแล้วหลายคน ตำรวจบุกทะลายจับกุมตัวหัวโจกได้แล้ว
แรงงานต่างชาติโดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามระวังใบหน้าจะเสียโฉม หากซื้อครีมทาหน้าที่วางขายตามร้านอาหาร หรือร้านจำหน่ายสินค้าสำหรับแรงงานต่างชาติ เพราะเป็นของปลอมกันเยอะ โดยก่อนหน้านี้ เคยมีแรงงานหญิงอินโดนีเซีย 3 รายทะยอยเข้าร้องเรียนต่อกองสาธารณสุขเถาหยวนว่า ซื้อครีมทาหน้ายี่ห้อ Macalana จากร้านขายของสำหรับแรงงานต่างชาติ แต่หลังจากทาแล้วไม่กี่วัน ใบหน้าก็บวมเป่ง มีอาการคัน ต่อมาเริ่มเน่า จนต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล หลังจากกองสาธารณสุขนำครีมทาหน้ายี่ห้อดังกล่าวไปตรวจสอบส่วนผสม พบปรอทและสารไฮโดรควิโนน ซึ่งเป็นสารมีพิษและอันตรายต่อสุขภาพร่างกายคนปนเปื้อนในปริมาณสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 460 เท่า จึงแจ้งอัยการทราบ หลังดำเนินการตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา อัยการจากสำนักอัยการศาลท้องถิ่นเมืองเถาหยวนนำกำลังตำรวจหลายสิบนาย แบ่งออกเป็นหลายจุด ตรวจค้นร้านอาหารและร้านซูปเปอร์ที่จำหน่ายสินค้าให้แรงงานต่างชาติ แถวๆ ไทเปและเถาหยวน ตรวจพบเครื่องสำอางมีปัญหากว่า 12,000กระปุก ส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำอางยี่ห้อ Macalana ซึ่งโด่งดังมากในหมู่แรงงานต่าง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)