วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

CLA ผลักดันโครงการส่งเสริมการจ้างงานท้องถิ่นและต่างชาติพร้อมกัน ด้วยการให้เงินอุดหนุนคนงานท้องถิ่นเดือนละ 3-5,000 เหรียญไต้หวัน

คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวันเตรียมร่างแผนการทำงานประจำปี โดยในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบายแรงงานต่างชาติ จะผลักดันให้มีการจ้างงานแรงงานท้องถิ่นและต่างชาติพร้อมๆ กัน เช่น จะส่งเสริมให้ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ จ้างผู้อนุบาลท้องถิ่นให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันศูนย์ดูแลผู้ป่วย ส่วนใหญ่จะพึ่งพาแต่แรงงานต่างชาติเท่านั้น แม้กระทรวงมหาดไทยจะผลักดันระบบดูแลผู้ป่วยระยะยาวตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว แต่ประสบปัญหาขาดแคลนผู้อนุบาล เนื่องจากชาวไต้หวันไม่นิยมทำงานประเภทนี้ ทำให้ระบบดังกล่าว ไม่มีผลคืบหน้าเท่าที่ควร จำนวนผู้อนุบาลที่ผ่านการฝึกอบรมทั้งที่ทำงานเต็มเวลาและอาสาสมัครที่ทำงานระยะสั้นมีเพียง 4,000 คนเศษ ไม่สามารถรองรับงานดูแลผู้ป่วยที่มีจำนวนสูงถึง 150,000 คนได้ ทำให้ต้องนำเข้าผู้อนุบาลต่างชาติ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนสูงกว่า 180,000 คนแล้ว ขณะที่คนว่างงานในไต้หวันยังมีจำนวนสูงกว่า 500,000 คน ประกอบกับโครงสร้างประชากรในไต้หวัน นับวันจะมีผู้สูงอายุและผู้

วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

การขยายเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติเป็น 12 ปี ไม่ผ่านสภา ต้องรอลุ้นต่อในการประชุมสมัยหน้า

ระยะเวลาทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติที่หลายฝ่ายคาดหวังว่า จะได้รับการขยายจาก 9 ปี ในปัจจุบันออกไปเป็น 12 นั้น ส.ส. หลายคนยังกังขาว่า จะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานท้องถิ่น ขณะเดียวกันจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุระยะยาวของรัฐบาล ทำให้การหารือแก้ไขกฎหมายขยายเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติไม่สามารถตกลงกันได้ จำเป็นต้องไปหารือกันต่อในที่ประชุมสมัยหน้า ซึ่งจะเปิดการประชุมหลังเทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้

ก่อนหน้านี้ นายเฉินฉางเหวิน ทนายความชื่อดัง ขณะเดียวกันเป็นประธานสภากาชาดไต้หวัน ซึ่งมีลูกชายที่ต้องพึ่งพาผู้อนุบาลฟิลิปินส์ที่กำลังจะทำงานครบ 9 ปี ได้ออกมาเรียกร้องขอให้สมาชิกสภานิติบัญญัติ เห็นใจครอบครัวที่มีผู้ป่วยและคนชรา ผ่านกฎหมายขยายเวลาทำงานของผู้อนุบาลให้เป็น 12 ปี เขากล่าวว่า ลูกชายซึ่งพิการทางสมอง ไม่อาจขาดผู้อนุบาลที่ดูแลเขาได้แม้แต่วันเดียว และผู้อนุบาลฟิลิปปินส์ที่ดูแลบุตรชายตลอด 24 ชั่วโมงมาเป็นเวลา 9 ปี มีความสำคัญต่อบุตรมากกว่าผู้เป็นพ่อเสียอีก คำเรียกร้องของประธานสภากาชาดไต้หวันดังกล่าว กลายเป็นข่าวดังและเป็นประเด็นที่สังคมไต้หวันนำมาพูดถึงอย่างมาก บรรดานาย

กระทรวงแรงงานของไทยเผย ไต้หวันยังคงครองแชมป์ประเทศใฝ่ฝันของนักรบแรงงานไทย

กระทรวงแรงงาน สรุปข้อมูลคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนพฤศจิกายน 2553พบว่า มีคนหางานมาลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 115,773 คน แยกเป็นชาย 94,277 คน หญิง 21,496 คน ประเทศที่คนหางานได้รับอนุญาต ให้เดินทางไปทำงาน 5 อันดับแรก คือ ไต้หวัน รองลงมา คือ ญี่ปุ่น อิสราเอล ลิเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประมาณการว่าจะมีรายได้ส่งกลับประเทศประมาณ 51,176 ล้านบาท

นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยผลสรุปข้อมูลคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศตามที่กรมการจัดหางานเสนอในที่ประชุมกระทรวงแรงงาน ณ เดือนพฤศจิกายน 2553 ว่า มีคนหางานมาลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ไปทำงานต่างประเทศทั้งสิ้น จำนวน 115,773 คน เป็นผู้มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษามากที่สุด จำนวน 52,210 คน ประเทศที่ผู้ลงทะเบียนนิยมไปทำงานมากที่สุด

เมืองจางฮั่วทุ่มงบถ่ายทำภาพยนตร์สารคดี บันทึกการทำงานของแรงงานต่างชาติ พร้อมเรียกร้องชาวไต้หวันเป็นมิตรกับแรงงานต่างชาติ

เพื่อให้ชาวเมืองจางฮั่วได้รู้จัก เข้าใจและปฏิบัติต่อแรงงานต่างชาติอย่างเป็นมิตร รัฐบาลเมืองจางฮั่วได้จัดสรรงบประมาณถ่ายทำภาพยนตร์สารคดี บันทึกชีวิตจริงของการทำงานและความสัมพันธ์กับนายจ้างของแรงงานไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนามชาติละ 1คน ความยาว 42 นาทีและนำออกฉายรอบปฐมทัศน์ ณ อาคารที่ทำการรัฐบาลเมืองจางฮั่ว เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. และนำออกแพร่ภาพทางทีวีเมื่อวันที่ 25 และ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ภาพถ่ายในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์สารคดี
บันทึกการทำงานของแรงงานต่างชาติ
แถวหลังคนกลาง(คนสูง)ได้แก่นายหยางจ้ง รองผู้ว่าการเมืองจางฮั่ว
ส่วนนายเรืองศักดิ์ยืนอยู่แถวหลังคนขวาสุด
ในพิธีเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ นายหยางจ้ง รองผู้ว่าการเมืองจางฮั่วกล่าวว่า ภาคการผลิตมีความสำคัญต่อเมืองจางฮั่วอย่างยิ่ง และการพัฒนาภาคการผลิตให้เจริญรุ่งเรือง นอกจากแรงงานท้องถิ่นแล้ว ยังต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติ โดยปัจจุบัน มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในเมืองจางฮั่วจำนวน 25,865 คน แบ่งเป็นคนงานในภาคการผลิต 17,792 คนและผู้อนุบาล 8,073 คน พวกเขากระจายทำงานอยู่ตามโรงงานและครอบครัว ช่วยเหลือกิจการของผู้ประกอบการและดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุในเมืองจางฮั่ว ในฐานะที่เป็นเมืองแห่งความโอบอ้อมอารีย์ และเป็นเมืองแห่งความสุข ทีมงานรัฐบาล

วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553

อรัญ โมดีคนงานไทยผู้ต้องขังคว้ารางวัลเรียงความรณรงค์ป้องกันการค้ามนุษย์ จัดโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฯและอาร์ทีไอ

วันที่ 18 ธ.ค. ของทุกปี เป็นวันผู้ย้ายถิ่นสากล ในไต้หวันซึ่งมีผู้ย้ายถิ่นประกอบด้วยแรงงานต่างชาติและคู่สมรสชาวต่างชาติกว่า 900,000 คน ได้มีการจัดงานฉลองล่วงหน้าเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ลานกว้างอนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค หน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป มีคู่สมรส แรงงานต่างชาติและชาวไต้หวันไปร่วมงานกว่า 3,000 คน โดยในงานมีหน่วยงานอย่างสมาคม ชมรมและมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับผู้ย้ายถิ่นข้ามชาติไปร่วมออกบูธกว่า 100 หน่วยงาน ซึ่งนอกจากมีการแสดงการเล่น มีอาหารของชาติต่างๆ