<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292</id><updated>2012-02-12T06:26:55.218-08:00</updated><category term='นายจ้าง'/><category term='กฎหมาย'/><category term='หลอกลวง'/><category term='แรงงานไทย'/><category term='ภาพยนตร์'/><category term='ภาพถ่าย'/><category term='ค่าหัวคิว'/><category term='CLA'/><category term='สถิติ'/><category term='ไต้หวัน'/><category term='ความคุ้มครอง'/><category term='ศูนย์บริการจ้างตรง'/><category term='ต้นทุน'/><category term='ทารุณกรรม'/><category term='เจ้าหน้าที่ตำรวจ'/><category term='มาตรการ'/><category term='ฆ่าตัวตาย'/><category term='รางวัล'/><category term='ค่าจ้างขั้นต่ำ'/><category term='สารคดี'/><category term='หลบหนี'/><category term='สงกรานต์'/><category term='กระทรวงแรงงาน'/><category term='ผลสำรวจ'/><category term='ผู้อนุบาล'/><category term='ค่าแรงขั้นต่ำ'/><category term='วันหยุด'/><category term='ต่างประเทศ'/><category term='ขาดแคลน'/><category term='ภาษี'/><category term='ถล่ม'/><category term='ผู้นำไต้หวัน'/><category term='แรงงาน'/><category term='การค้ามนุษย์'/><category term='คนหางาน'/><category term='อุบัติเหตุ'/><category term='อนุมัติ'/><category term='เทศกาล'/><category term='ผิดกฎหมาย'/><category term='ความมั่นคง'/><category term='ประกวด'/><category term='ระยะเวลาทำงาน'/><category term='แรงงานต่างชาติ'/><category term='บริษัทจัดหางาน'/><category term='สิทธิและผลประโยชน์'/><category term='วีซ่า'/><category term='ผู้ต้องขัง'/><category term='รัฐมนตรี'/><category term='ขุนพลแรงงานไทย'/><category term='ป้องกัน'/><category term='อาชญากรรม'/><category term='ท่องเที่ยว'/><category term='เครื่องสำอางค์'/><title type='text'>ขุนพลแรงงานไทย (Rti Thai)</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>34</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-5004510059027666898</id><published>2011-12-11T20:48:00.000-08:00</published><updated>2011-12-14T20:49:29.290-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ค่าแรงขั้นต่ำ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สิทธิและผลประโยชน์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฎหมาย'/><title type='text'>แรงงานต่างชาติจะได้เพิ่มค่าจ้างอีกเดือนละ900 เหรียญ เป็น 18,780 เหรียญ มีผลปีใหม่นี้เป็นต้นไป</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ปีใหม่นี้เป็นต้นไป อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันจะได้รับการปรับขึ้นร้อยละ 5.03 หรือปรับขึ้น 900 เหรียญ จาก 17,880 เหรียญในปัจจุบัน เป็น 18,780 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ไม่ว่าจะเป็นคนงานท้องถิ่นหรือคนงานต่างชาติ หากทำงานในกิจการที่อยู่ในขอบข่ายการคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน และมีค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จะได้รับการปรับขึ้นเท่ากับอัตราค่าจ้างใหม่นี้ถ้วนหน้า ยกเว้นผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้าน ซึ่งเป็นตำแหน่งงานที่ไม่อยู่ในขอบข่ายการคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ขึ้นอยู่กับว่านายจ้างจะปรับขึ้นค่าจ้างตามค่าจ้างขั้นต่ำใหม่หรือไม่ กฎหมายไม่ได้บังคับ&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ที่จะมีผลใช้ตั้งแต่ปีใหม่นี้นั้น เป็นผลจากมติในที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ปีนี้ หลังผ่านการอนุมัติจากสภาบริหารแล้ว คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวันประกาศเมื่อวันที่ 6&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ก.ย. ที่ผ่านมา ให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำร้อยละ 5.03 หรือปรับขึ้นเดือนละ 900 เหรียญ จากปัจจุบัน 17,880 เหรียญ เป็น 18,780 เหรียญ ค่าจ้างทำงานล่วงเวลาชั่วโมงปกติก็ได้รับการปรับขึ้นชั่วโมงละ 78 เหรียญ หากทำงานล่วงเวลาเลย 8 ชั่วโมงไปแล้ว จะได้รับค่าจ้างทำงานล่วงเวลาชั่ว 2 ชั่วโมงแรกในอัตราโมงละ 104 เหรียญ 2 ชั่วโมงหลังชั่วโมงละ 130 เหรียญ &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สำหรับคนงานท้องถิ่นที่ทำงานรับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง จะได้รับการปรับขึ้นเป็นชั่วโมงละ 103 เหรียญ ส่วนผู้ที่ทำงานอยู่ในบ้านของนายจ้าง เช่นผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาล (ไม่รวมผู้อนุบาลในศูนย์บำบัดและดูแลคนป่วยคนชรา) เนื่องจากเป็นตำแหน่งงานที่มีนายจ้างเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายการคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับนายจ้างว่าจะปรับขึ้นตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่หรือไม่ สำหรับแรงงานไทยที่ทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาล ซึ่งมีค่าจ้างสูงกว่าผู้อนุบาลชาติอื่นที่ยังรับแค่ 15,840 เหรียญไต้หวัน เนื่องจากสำนักงานแรงงานกำหนดให้นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หากเป็นคนงานที่ทำงานอยู่ในไต้หวันอยู่แล้ว ค่าจ้างจะเป็นไปตามสัญญาจ้างงาน ยกเว้นนายจ้างจะปรับให้สูงขึ้นตามค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ แต่นายจ้างที่จะยื่นขอรับรองเอกสารนำเข้ามาคนงานไทยหลังวันที่ 1 ม.ค. ปีใหม่นี้เป็นต้นไป จะต้องระบุค่าจ้างในสัญญาไม่ต่ำกว่า 18,780 เหรียญไต้หวัน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;คณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำประกอบด้วยกรรมการ 22 คน เป็นตัวแทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 7 คน ตัวแทนรัฐบาลและนักวิชาการอีกฝ่ายละ 4 คน โดยมีประธาน CLA เป็นประธานโดยตำแหน่ง คณะกรรมการชุดนี้จะประชุมพิจารณาการปรับค่าจ้างทุกปี แต่ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้วเพียง 3 ครั้ง ครั้งแรกในปี 2551 เนื่องจากค่าจ้างขั้นต่ำไม่ได้ปรับขึ้นมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ดังนั้นในครั้งนี้จึงปรับขึ้นในอัตราสูงถึงร้อยละ 9.09 จาก 15,840 เหรียญเป็น 17,280 เหรียญ เพิ่มขึ้น 1,440 เหรียญ จากนั้นไม่ได้ปรับขึ้นติดต่อกัน 2 ปี และมาปรับขึ้นเมื่อปีที่แล้วร้อยละ 3.47 และครั้งที่ 3 คือครั้งนี้ที่จะปรับขึ้นร้อยละ 5.03&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;คาดว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งใหม่นี้ จะมีแรงงานที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 2 ล้านคน ในจำนวนนี้รวมแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตประมาณ 220,000 คนด้วย&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เมื่อค่าจ้างขั้นต่ำได้รับการปรับสูงขึ้น เงินภาษี เบี้ยประกันกองทุนประกันสุขภาพ และประกันภัยแรงงานก็ต้องปรับสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเงินภาษีนั้น แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันไม่ครบ 183 วันขึ้นไปใน 1 ปี หากเงินค่าจ้างรายเดือนไม่ถึง 1.5 เท่าของค่าจ้างขั้นต่ำ หรือมีรายได้ไม่เกิน 28,170 เหรียญ จะเสียเงินภาษีร้อยละ 6 ของค่าจ้างในเดือนนั้น แต่หากในเดือนนั้นมีรายได้เกิน 28,170 เหรียญขึ้นไป โดยไม่รวมค่าทำงานล่วงเวลาหรือโอทีใน 46 ชั่วโมงแรก และค่าโอทีในวันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดประเพณีนิยมแล้ว ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 18 ของค่าจ้างในเดือนนั้นๆ&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ส่วนเงินเบี้ยประกันสุขภาพ ซึ่งต้องเสียในอัตราร้อยละ 5.17 ของวงเงินที่เอาประกัน ในจำนวนนี้ นายจ้างรับผิดชอบร้อยละ 60 คนงานรับผิดชอบร้อยละ 30 และรัฐบาลจ่ายสมทบอีกร้อยละ 10 หากคำนวณออกมาเป็นตัวเงิน คนงานจะต้องเสียอย่างต่ำ 262 เหรียญ ขณะที่นายจ้างต้องเสียเดือนละ 1 012 เหรียญต่อคน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สำหรับเบี้ยประกันภัยแรงงาน ซึ่งต้องเสียในอัตราร้อยละ 7.5 ในจำนวนนี้นายจ้างรับผิดชอบร้อยละ 70 คนงานรับผิดชอบร้อยละ 20 รัฐบาลจ่ายสมทบให้ร้อยละ 10 เมื่อคิดคำนวณออกมาเป็นตัวเงินแล้ว คนงานต้องเสียเดือนละ 288 เหรียญขึ้นไป ขณะที่นายจ้างต้องเสียเดือนละ 1,008 เหรียญไต้หวันต่อการว่าจ้างแรงงาน 1 คน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-5004510059027666898?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/5004510059027666898/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/12/900-18780.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/5004510059027666898'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/5004510059027666898'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/12/900-18780.html' title='แรงงานต่างชาติจะได้เพิ่มค่าจ้างอีกเดือนละ900 เหรียญ เป็น 18,780 เหรียญ มีผลปีใหม่นี้เป็นต้นไป'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-8266538366102135661</id><published>2011-12-10T20:30:00.000-08:00</published><updated>2011-12-14T20:47:43.573-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ศูนย์บริการจ้างตรง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='คนหางาน'/><title type='text'>จ้างตรงออนไลน์เริ่มเปิดบริการ 1 ม.ค. 55 คาดนายจ้างและแรงงานต่างชาติประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 63,000 เหรียญ</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวันประกาศว่า เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 เป็นต้นไป จะเปิดให้บริการนายจ้างจ้างตรงแรงงานต่างชาติทั้งคนเก่าและใหม่ ผ่านระบบออนไลน์ หรือผ่านการคัดเลือกคนงานทางอินเตอร์เนท โดยไมผ่านการจัดส่งของบริษัทจัดหางาน ส่งผลให้นายจ้างและแรงงานต่างชาติประหยัดค่าบริการจัดหางานได้ไม่ต่ำกว่าคนละ 63,000 ไต้หวันขึ้นไป อีกทั้งประหยัดเวลาในการนำเข้าแรงงานต่างชาติ จาก 3 เดือนเหลือ 30 วัน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;table align="center" cellpadding="0" cellspacing="0" class="tr-caption-container" style="margin-left: auto; margin-right: auto; text-align: center;"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-yaNX07RDy2k/Tul7jKjRh0I/AAAAAAAABJo/jA4Zms5nLjo/s1600/123.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: auto; margin-right: auto;"&gt;&lt;img border="0" height="211" oda="true" src="http://2.bp.blogspot.com/-yaNX07RDy2k/Tul7jKjRh0I/AAAAAAAABJo/jA4Zms5nLjo/s320/123.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="tr-caption" style="text-align: center;"&gt;เว็บไซด์ของศูนย์บริการจ้างตรง&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;CLA กล่าวว่า จากราคาตลาดในปัจจุบัน การนำเข้าแรงงานต่างชาติตำแหน่งผู้อนุบาล นายจ้างจะต้องจ่ายค่าบริการให้บริษัทจัดหางานที่ได้รับมอบหมายคนละประมาณ 20,000 เหรียญไต้หวัน แรงงานต่างชาติเองก็ต้องเสียให้ค่าหัวคิวให้แก่บริษัทจัดหางานคนละตั้งแต่ 40,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป อีกทั้งต้อง&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ใช้เวลาตั้งแต่รับสมัคร ตรวจโรค ทำเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องสำหรับการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันประมาณ 2- 3 เดือน แต่ระบบจ้างตรงออนไลน์ที่กำลังจะเปิดให้บริการตั้งแต่ปีใหม่นี้เป็นต้นไป ใช้ระบบบริการครบวงจร หรือ One Stop Service นายจ้างที่ได้รับใบอนุญาตินำเข้าแรงงานต่างชาติแล้ว สามารถเข้าอินเตอร์เน็ทคัดเลือกแรงงานต่างชาติที่ตนต้องการ จากนั้นระบบจะส่งข้อมูลให้กระทรวงแรงงานของประเทศนั้นๆ ช่วยประสานกับตัวคนงานที่ได้รับเลือก และหากคนงานตกลงรับเงื่อนไขของนายจ้าง ทางกระทรวงแรงงานจะอำนวยความสะดวกในการเดินเรื่องมาทำงานที่ไต้หวัน โดยไม่ต้องผ่านบริษัทจัดหางาน คนงานไม่ต้องเสียค่าหัวคิว รับผิดชอบแต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน เช่นค่าตัวเครื่องบิน ค่าตรวจโรค ทำพาสปอร์ตและค่าธรรมเนียมขอวีซ่า รวมแล้วหมื่นเศษๆ เท่านั้นเอง&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;โดยระบบจ้างตรงออนไล์นี้ จะเริ่มเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2555 เป็นต้น ดังนั้นเพื่อนแรงงานไทยที่มีญาติพี่น้อง ต้องการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน โดยไม่ต้องเสียค่าหัวคิว หรือเพื่อนผู้ฟังในเมืองไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงานที่ไต้หวันโดยผ่านระบบจ้างตรง ขอให้ประสานติดต่อกับศูนย์จ้างตรง สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โทรศัพท์ 0-2245-1034 ทางเจ้าหน้าที่จะลงทะเบียนและนำข้อมูลคนหางานไปบันทึกในฐานข้อมูลของระบบจ้างตรงของ CLA เพื่อให้นายจ้างที่มีสิทธิ์ว่าจ้างแรงงานต่างชาติเข้าไปคัดเลือกได้ และหากนายจ้างต้องการจะสัมภาษณ์หรือพูดคุยกับคนงาน ทางสำนักงานแรงงานไทยที่กรุงไทเป จะเป็นผู้ประสานให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยสัมภาษณ์กัน โดยผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;CLA ได้เปิดให้บริการจ้างตรงมาตั้งแต่ปี 2551 แล้ว แต่ที่ผ่านมา เปิดให้บริการเฉพาะคนงานเก่าที่จะกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม โดยช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ได้ช่วยนายจ้างนำเข้าแรงงานต่างชาติคนเดิมแล้วมากกว่า 10,000 คน ช่วยคนงานต่างชาติประหยัดค่าหัวคิวได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และเพื่อให้ระบบจ้างตรงครอบคลุมไปถึงการว่าจ้างแรงงานต่างชาติคนใหม่ ทาง CLA จึงได้เตรียมการมาเป็นเวลา 2 ปี โดยทุ่มงบประมาณมหาศาล ติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระบบจ้างตรงผ่านเน็ท และร่วมมือกับประเทศผู้ส่งออกแรงงานได้แก่ไทย ฟิลิปปินส์และเวียดนาม กำหนดจะเปิดให้บริการตั้งแต่ปีหใม่นี้เป็นต้นไป&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-8266538366102135661?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/8266538366102135661/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/12/1-55-63000.html#comment-form' title='6 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/8266538366102135661'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/8266538366102135661'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/12/1-55-63000.html' title='จ้างตรงออนไลน์เริ่มเปิดบริการ 1 ม.ค. 55 คาดนายจ้างและแรงงานต่างชาติประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 63,000 เหรียญ'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-yaNX07RDy2k/Tul7jKjRh0I/AAAAAAAABJo/jA4Zms5nLjo/s72-c/123.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-491111055925400629</id><published>2011-12-05T20:27:00.000-08:00</published><updated>2011-12-14T20:30:19.119-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผู้อนุบาล'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สิทธิและผลประโยชน์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><title type='text'>CLA จะหารือการจำกัดเศรษฐีจ้างผู้อนุบาลต่างชาติในปลายเดือนธันวาคมนี้</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา ภริยาของนายกัว ไถหมิง อัครมหาเศรษฐีของไต้หวัน เจ้าของโรงงานฟอกซ์คอน ซึ่งเป็นโรงงานรับจ้างผลิตคอมพิวเตอร์และสินค้าอิเลคทรอนิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกประชาชนพบว่าใช้ผู้อนุบาลต่างชาติเดินตามช่วยถือข้าวของ ขณะช็อบปิ้งตามห้างสรรพสินค้าในกรุงไทเป เข้าข่ายใช้คนงานต่างชาติผิดตำแหน่งงาน ถือว่าผิดกฎหมาย จึงมีการร้องเรียน กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากวิจารณ์อย่างมาก นอกจากนี้ มักจะมีบรรดาไฮโซและดาราชื่อดัง ถูกร้องเรียนว่าใช้งานผู้อนุบาลอย่างผิดกฎหมาย และ CLA ก็ถูกล่าวหาว่า อนุมัติมั่วและปล่อยปละละเลยต่อการใช้งานแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะผู้อนุบาล ซึ่งมีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ แต่กลับถูกเรียกให้ไปทำงานบ้าน ขายของ เลี้ยงลูก พาสุนัขไปเดินเล่น หรือให้เดินตามเป็นคนใช้ขณะคุณนายไปช็อบปิ้ง โดยกรณีของภริยานายกัว หลังตกเป็นข่าว ถูกกองแรงงาน เทศบาลกรุงไทเปลงโทษปรับ 30,000 เหรียญไต้หวัน หากทำผิดซ้ำสอง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;จากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีนักวิชาการและเจ้าหน้าที่ระดับ ผอ. กองแรงงาน จาก 5 นครใหญ่ ได้แก่ กรุงไทเป นครนิวไทเป นครไทจง นครไถหนานและนครเกาสง ต่างเสนอต่อ CLA ว่า ควรจะจำกัดสิทธิในการยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติสำหรับผู้มีฐานะมั่งคั่ง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ผู้มีสิทธิยื่นขอนำเข้าผู้อนุบาล&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ต่างชาติได้ จะต้องเป็นนายจ้างที่มีฐานะปานกลางลงมา จนถึงนายจ้างที่มีฐานะยากจน สำหรับนายจ้างที่มีฐานะมั่งคั่ง ห้ามว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติ เพื่อบังคับให้นายจ้างเศรษฐีเหล่านี้หันไปว่าจ้างผู้อนุบาลท้องถิ่น ซึ่งมีค่าจ้างสูงกว่าผู้อนุบาลต่างชาติ 1-3 หมื่นเหรียญไต้หวัน อันเป็นการส่งเสริมโอกาสทำงานให้กับคนงานท้องถิ่น&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ต่อข้อเสนอข้างต้น คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA กล่าวว่า การจำกัดสิทธิของนายจ้างโดยดูจากฐานะทางเศรษฐกิจยินดีมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและคัดค้าน โดย CLA จะรับไว้พิจารณาทั้งหมด แต่จะดำเนินการตามด้วยหรือไม่ อย่างไร ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายแรงงานต่างชาติ ซึ่งจะเรียกประชุมในปลายเดือนธันวาคมปีนี้&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ปัจจุบัน ไต้หวันอนุมัติให้นำเข้าแรงงานต่างชาติที่มาทำงานในบ้านของนายจ้าง 2 ตำแหน่งงาน ได้แก่ผู้ช่วยงานบ้านหรือแม่บ้าน ซึ่งมีเงื่อนไขการยื่นขอที่สูงมาก และนายจ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อการทำงานของแรงงานท้องถิ่นเดือนละ 5,000-10,000 เหรียญไต้หวัน ส่งผลให้จำนวนผู้ช่วยงานบ้านมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆ ณ สิ้นเดือนต.ค. ที่ผ่านมา มีจำนวนเพียง 2,361 คน ขณะที่ผู้อนุบาลที่ทำงานอยู่ในบ้านนายจ้างมีจำนวนสูงถึง 184,182 คน แต่ผู้อนุบาลมักจะนายจ้างสั่งให้ไปทำงานบ้านเสมือนเป็นผู้ช่วยงานบ้านที่ยื่นขอยากกว่า CLA แถลงว่า การสั่งให้ผู้อนุบาลไปทำงานอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการดูแลคนป่วยและคนสูงอายุ ยกตัวอย่างเช่น สั่งให้ผู้อนุบาลไปช่วยงานในร้านอาหารของนายจ้าง ช่วยปัดกวาดทำความสะอาดบ้านของญาติพี่น้องเป็นต้น ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น แม้ว่าตัวผู้อนุบาลต่างชาติเองจะยินดีทำด้วยความสมัครใจก็ไม่ได้ หากถูกตรวจพบมีโทษปรับเงิน 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน และหากทำผิดซ้ำอีก จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-491111055925400629?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/491111055925400629/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/12/cla.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/491111055925400629'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/491111055925400629'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/12/cla.html' title='CLA จะหารือการจำกัดเศรษฐีจ้างผู้อนุบาลต่างชาติในปลายเดือนธันวาคมนี้'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-3974060649150674199</id><published>2011-12-01T20:25:00.000-08:00</published><updated>2011-12-14T20:27:32.812-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สถิติ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันทะลุด่าน 420,000 คน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์  คนงานอินโดครองสัดส่วน 40%</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;คณะกรรมการการแรงงาน หรือ CLAของไต้หวันเปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน พุ่งสูงถึง 420,931 คนแล้ว จัดเป็นตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์ ในจำนวนนี้ คนงานอินโดนีเซียมีจำนวนมากที่สุด 172,068 คน คิดเป็นร้อยละ 40 ของแรงงานต่างชาติทั้งหมด รองลงมาคือเวียตนาม มีจำนวน 93,870 คน คิดเป็นร้อยละ 22อันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ มีจำนวน 82,850 คน ครองสัดส่วนร้อยละ 19.7 และอันดับสุดท้ายได้แก่คนงานไทย มีจำนวน 72,138 คน ครองสัดส่วนร้อยละ 17.13 &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;CLA ระบุว่า แรงงานต่างชาติในไต้หวันแบ่งเป็นแรงงานในภาคการผลิตและแรงงานภาคสวัสดิการสังคม โดยแรงงานภาคการผลิต ได้แก่แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ตามโรงงานและไซต์งานก่อสร้าง มีจำนวน 224,176 คน แม้ว่าแรงานไทยจะมีจำนวนน้อยที่สุดอยู่ในอันดับสุดท้ายของตาราง แต่แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในในภาคการผลิต กลับเป็นแรงงานไทยมาเป็นอันดับ 1 โดยมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในภาคการผลิตถึง 71020 คน รองลงมาได้แก่แรงงานฟิลิปินส์ 59,492 คน ส่วนแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม เช่นผู้อนุบาล เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วปีละกว่า 10,000 คน ส่งผลให้มีจำนวน 196,755 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานอินโดนีเซียถึง 145,981 ครองสัดส่วนเกือบ&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ร้อยละ 75 ตามมาด้วยแรงงานเวียตนาม 26,297 คน ฟิลิปปินส์ 23,358 คน ส่วนแรงงานไทยที่ทำงานเป็นผู้อนุบาลมีเพียง 1,118 คน &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สำหรับพื้นที่ที่มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่มากที่สุดได้แก่ เมืองเถาหยวน เนื่องจากมีนิคมอุตสาหกรรมตั้งเรียงรายหลายสิบแห่ง ส่งผลให้มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่เมืองนี้มากถึง 73,520 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.5 ตามด้วยนครนิวไทเปมีจำนวน 59,588 คน อันดับ 3 ได้แก่นครไทจง มีจำนวน 57,061 คน และคนงานไทยทำงานอยู่ในเมืองเถาหยวนมากที่สุดถึง 21,209 คน ในจำนวนนี้เป็นคนงานในโรงงาน และไซต์งานก่อสร้าง 21,045 คน ผู้อนุบาล 164 คน รองลงมาเป็นนครไทจง มีแรงงานไทยทำงานอยู่ 11,658 คน และอันดับ 3 ไก้แก่นครนิวไทเป มีแรงงานไทยทำงานอยู่ 9,018 คน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;แต่หากจำแนกเฉพาะงานในภาคสวัสดิการสังคมแล้ว เขตพื้นที่ที่มีผู้อนุบาลมากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่กรุงไทเป นครนิวไทเปและนครไทจง ตามลำดับ &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สำหรับปัญหาการหลบหนีนายจ้างของแรงงานต่างชาตินั้น ยังมีแนวโน้มรุนแรงต่อไป โดยคนงานเวียตนามยังคงครองแชมป์หลบหนีมากที่สุด กล่าวได้ว่า คนงานต่างชาติหลบหนี ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นคนงานเวียดนาม และเป็นเหตุให้ CLA สั่งระงับการนำเข้าแรงงานเวียตนามในตำแหน่งลูกเรือประมงและผู้อนุบาลจนถึงปัจจุบัน ทางรัฐบาลเวียดนามได้เรียกร้องให้ฝ่ายไต้หวันยกเลิกคำสั่งระงับดังกล่าวเสีย ทาง CLA ตอบตกลง แต่มีเงื่อนไขว่า หากสำนักงานแรงงานเวียตนามให้ความร่วมมือ ตรวจพบและส่งกลับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเดือนละ 1,500 คนขึ้นไปต่อเนื่องกัน 3 เดือน ไต้หวันก็จะพิจารณายกเลิกคำสั่งระงับการนำเข้าแรงงานเวียตนามในตำแหน่งผู้อนุบาล โดยจะเปิดให้นำเข้าแรงงานเวียดนามในตำแหน่งลูกเรือประมงและผู้อนุบาลผ่านระบบจ้างตรงออนไลน์ ที CLA กำลังจะเปิดใช้ในวันที่ 31 ธ.ค. ศกนี้&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2554 มีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างและยังไม่ถูกตรวจพบจำนวน 31,912 คน ในจำนวนนี้ คนงานต่างชาติเพศหญิงหลบหนีมากที่สุด 22,233 คน ส่วนผู้ชายหลบหนี 9,679 คนหากจำแนกตามสัญชาติพบว่า คนงานเวียดนามหลบหนีมากที่สุด จำนวน 15,308 คน รองลงมาเป็นแรงงานอินโดนีเซีย หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบจำนวน 13,387 คน อันดับ 3 ได้แก่ฟิลิปปินส์มีจำนวน 2030 คน ส่วนแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ถูกจับกุม 1,187 คน แบ่งเป็นคนงานไทยเพศชาย 976 คน หญิง 20 คน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-3974060649150674199?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/3974060649150674199/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/12/420000-40.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/3974060649150674199'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/3974060649150674199'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/12/420000-40.html' title='จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันทะลุด่าน 420,000 คน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์  คนงานอินโดครองสัดส่วน 40%'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-7448976740492542502</id><published>2011-11-18T20:21:00.000-08:00</published><updated>2011-12-14T20:25:20.944-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สิทธิและผลประโยชน์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานไทย'/><title type='text'>CLA ผ่อนปรนคุณสมบัติแรงงานที่เสียชีวิตจากการทำงานหนัก คนงานไทยที่ตายด้วยโรคไหลตาย มีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนเท่ากับผู้ที่ตายในหน้าที่</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ไม่ว่าจะแรงงานท้องถิ่นหรือต่างชาติ หากเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเงินทดแทนจากกองทุนประกันภัยแรงงานรวมทั้งหมด 45 เท่าของค่าจ้างที่เอาประกัน แต่ที่ผ่านมา แรงงานที่ทำงานหนัก มีเวลาพักผ่อนน้อย จู่ๆ ก็มาเสียชีวิต โดยไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ อาจเสียชีวิตขณะนอนหลับ หรือเสียชีวิตขณะทำงาน โดยมากจะถูกตีความไปว่า เสียชีวิตจากโรคทั่วไป จะได้รับเงินทดแทนจากกองทุนประกันภัยตามอายุการเข้ากองทุน กล่าวคือไม่ถึง 1 ปี จะได้รับ 15 เท่าของค่าจ้างที่เอาประกัน เกิน 1 ปี แต่ไม่ครบ 2 ปี จะได้รับ 25 เท่าของค่าจ้าง อายุการเข้ากองทุนเกิน 2 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินทดแทนเท่ากับ 35 เท่าของค่าจ้างที่เอาประกัน ทั้งที่การเสียชีวิตอาจสืบเนื่องจากการทำงานหนัก ไม่มีเวลาพักผ่อน &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. 2554 ที่ผ่านมา CLA ได้ผ่อนปรนคุณสมบัติแรงงานที่เสียชีวิตจากการทำงานหนัก โดยไม่ต้องเกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นจะจะมีผู้เสียชีวิตจากการทำงานหนักจำนวนมาก จนมีคำใช้เรียกโดยเฉพาะว่า Karochi ถ้าเป็นไทยก็ตรงตัวว่า เสียชีวิตจากการทำงานหนัก หรือที่เรียกว่า "ไหลตาย"นั่นเอง โดย CLA จะมีการตรวจสอบหาสาเหตุของการเสียชีวิต หากยืนยัน&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ได้ว่า เกิดจากการทำงานหนัก ทายาทคนงานจะได้รับเงินทดแทนกองทุนประกันภัย เท่ากับ 45 เท่าของค่าจ้างที่เอาประกัน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ทั้งนี้ คนงานต่างชาติรายแรกที่ได้รับการยืนยันว่า เสียชีวิตจากการทำงานหนักและทายาทได้รับเงินทดแทน 45 เท่าของค่าจ้างที่เอาประกันแล้ว เป็นคนงานอินโดนีเซีย ซึ่งทำงานอยู่ที่โรงงานทอผ้าที่เมืองเถาหยวน เสียชีวิตขณะนอนหลับ คล้ายกับโรคไหลตายอย่างที่คนงานไทยมักจะเป็นกัน โดยก่อนหน้านี้ทายาทได้รับเงินทดแทนไปแล้ว 35 เท่าของค่าจ้าง แต่ต่อมา CLA มีการตรวจสอบพบสาเหตุการตายสืบเนื่องจากทำงานหนัก จึงได้อนุมัติเงินทดแทนเพิ่มอีก 10 เท่าของค่าจ้าง รวมทั้งหมดเป็น 45 เท่าของค่าจ้าง เท่ากับคนงานที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยทาง CLA ได้แจ้งให้ทายาทส่งเอกสารยื่นขอภายในเวลา 2 ปี นับจากวันที่เสียชีวิต เพื่อจะได้อนุมัติเงินทดแทนเพิ่มอีก 10 เท่าของค่าจ้าง&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;คนงานไทยในไต้หวันที่เสียชีวิตด้วยโรคไหลตาย มีจำนวนไม่ต่ำกว่าปีละ 20 ราย ที่ผ่านมา ไม่ถือว่าตายในขณะปฏิบัติหน้าที่ จึงได้รับเงินทดแทนตามอายุการเข้ากองทุนประกันภัย ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ทำงานหนัก แต่ต่อนี้ไป มีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามอัตราสูงสุดคือ 45 เท่าของค่าจ้าง หากตรวจสอบแล้วพบว่า มีสาเหตุมาจากการทำงานหนัก ทำให้ทายาทจะได้รับเงินทดแทนเพิ่มขึ้น 10-30 เท่าของค่าจ้างที่เอาประกัน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-7448976740492542502?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7448976740492542502'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7448976740492542502'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/11/cla.html' title='CLA ผ่อนปรนคุณสมบัติแรงงานที่เสียชีวิตจากการทำงานหนัก คนงานไทยที่ตายด้วยโรคไหลตาย มีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนเท่ากับผู้ที่ตายในหน้าที่'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-7256711574951985529</id><published>2011-06-17T04:42:00.001-07:00</published><updated>2011-06-17T04:43:02.258-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ค่าแรงขั้นต่ำ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผลสำรวจ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><title type='text'>นายจ้างไต้หวันร้อยละ 85 ยินดีจ่ายค่าจ้างแก่ผู้อนุบาลต่างชาติตามค่าจ้างขั้นต่ำ</title><content type='html'>รายงานสำรวจฉบับล่าสุดที่จัดทำโดยคณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวันพบว่า นายจ้างส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับการจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้อนุบาล ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลประกาศ รายงานสำรวจที่ดำเนินการสอบถามนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติจำนวน 5,064 ราย ปรากฎว่า ร้อยละ 85 ตอบว่า ยินดีจะจ่ายค่าจ้างตามค่าจ้างขั้นต่ำ ขณะที่ร้อยละ 64 ยินยอมให้ผู้อนุบาลต่างชาติมีเวลาหยุดพักได้ หลังจากที่ทำงานต่อเนื่องในแต่ละวัน แต่เมื่อถามว่า มีความประสงค์จะหันมาว่าจ้างผู้อนุบาลท้องถิ่นก่อนหรือไม่ มีเพียงร้อยละ 27 เท่านั้นที่ตอบว่า จะลองดู แสดงว่า ความต้องการที่จะว่าจ้างแรงงานท้องถิ่นของนายจ้างไต้หวัน อยู่ในระดับไม่สูง ส่วนใหญ่ยังต้องการพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากผู้อนุบาลที่ทำงานอยู่ในบ้านของนายจ้าง ยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ดังนั้น ปัจจุบัน ผู้อนุบาลต่างชาติ จึงยังไม่ได้รับการปรับขึ้นเงินค่าจ้าง ส่วนใหญ่ยังได้รับเงินค่าจ้างเดือนละ 15,840 เหรียญไต้หวัน ยกเว้นผู้อนุบาลไทยที่สำนักงานแรงงานไทย กำหนดให้ค่าจ้างเป็นไปตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ด้าน CLA ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างร่างกฎหมายคุ้มครองผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้านเป็นการเฉพาะ เพื่อให้ได้รับค่าจ้างตามค่าจ้างขั้นต่ำ จากการสำรวจในประเด็นนี้ นายจ้างไต้หวันร้อยละ 85.42 เห็นว่า การจ่ายค่าจ้างแก่ผู้อนุบาลต่างชาติตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล มีเพียงร้อยละ 14.58 ที่คัดค้าน แสดงว่า นายจ้างส่วนใหญ่ยอมรับได้ ที่จะให้ผู้อนุบาลได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-7256711574951985529?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/7256711574951985529/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/06/85.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7256711574951985529'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7256711574951985529'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/06/85.html' title='นายจ้างไต้หวันร้อยละ 85 ยินดีจ่ายค่าจ้างแก่ผู้อนุบาลต่างชาติตามค่าจ้างขั้นต่ำ'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-6813353866978635813</id><published>2011-06-17T04:41:00.000-07:00</published><updated>2011-06-17T04:41:12.063-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ค่าแรงขั้นต่ำ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วันหยุด'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผลสำรวจ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>CLA สำรวจพบ ผู้อนุบาลต่างชาติ มีรายได้เฉลี่ยแค่ชั่วโมงละ 47.3 เหรียญเท่านั้น</title><content type='html'>เพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานและบริหารดูแลแรงงานต่างชาติ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา คณะกรรมการการแรงงาน หรือ CLA ของไต้หวันดำเนินการสำรวจเพื่อเก็บข้อมูลทุก 2 ปี และการสำรวจครั้งล่าสุด ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2010 สิ้นสุดลงเมื่อกลางเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา โดยได้สำรวจนายจ้างจำนวน 12,265 ราย ประกอบด้วย ภาคการผลิต 7,201 ราย และนายจ้างของผู้อนุบาลต่างชาติ 5,064 ราย พบว่า แรงงานต่างชาติในภาคการผลิตเฉลี่ยทำงานวันละ 10.2 ชั่วโมง ค่าจ้างโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 23,133 เหรียญต่อคนต่อเดือน ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติต้องทำงานวันละ 12.9 ชั่วโมง ค่าจ้างโดยเฉลี่ย 18,341 เหรียญไต้หวัน และมีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ที่มีวันหยุดประจำสัปดาห์ หากคิดคำนวณชั่วโมงทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติในแต่ละเดือน จะสูงถึง 387 ชั่วโมง ขณะที่มีรายได้เฉลี่ยตลอดเดือน 18,341 เหรียญ คิดเป็นรายชั่วโมง มีแค่ 47.3 เหรียญเท่านั้น ถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานสำรวจฉบับนี้ยังพบว่า รายได้ของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 23,133 เหรียญต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นกว่าการสำรวจครั้งที่แล้ว คือเมื่อปี 2009 เล็กน้อย กล่าวคือเพิ่มขึ้น 47.3 เหรียญ ในจำนวนนี้เป็นเงินเดือน 17,673 เหรียญ ค่าจ้างทำงานล่าวเวลา 4,925 เหรียญ เงินโบนัสและเบี้ยเลี้ยง 535 เหรียญ และในภาคการผลิต แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม จะมีรายได้สูงกว่า คือเฉลี่ยเดือนละ 23,168 เหรียญ ขณะที่แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไซต์งานก่อสร้าง จะมีรายได้น้อยกว่า 1,870 เหรียญ เฉลี่ยอยู่ที่ 21,298 เหรียญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่ผู้อนุบาลต่างชาติที่ทำงานอยู่ในบ้านของนายจ้าง ต้องทำงานเฉลี่ยวันละ 12.9 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าจ้างล่วงเวลา เนื่องจากไม่ได้อยู่ในการบังคับใช้ของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ส่งผลให้แต่ละเดือน มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 18,341 เหรียญ โดยจำแนกออกเป็น เงินเดือน 15,983 เหรียญ ค่าโอทีในวันหยุดประจำสัปดาห์ 2,027 เหรียญ คิดเป็นชั่วโมงละ 47.3 เหรียญเท่านั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายงานสำรวจฉบับนี้ยังพบว่า มีนายจ้างเพียงร้อยละ 5.6 ที่อนุญาตให้ผู้อนุบาลต่างชาติหยุดพักสัปดาห์ละ 1 วัน ร้อยละ 52 อนุญาตให้หยุดพักได้เป็นบางช่วงเวลา ขณะที่นายจ้างร้อยละ 42.4 ไม่ได้ให้ผู้อนุบาลต่างชาติหยุดพักเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนประเด็นที่สมาชิกในครอบครัวของนายจ้าง ได้ให้ความช่วยเหลือ โดยผลัดเปลี่ยนกันดูแลคนป่วยกับผู้อนุบาลต่างชาติหรือไม่ ร้อยละ 62.2 ตอบว่า มี เฉลี่ยผลัดเปลี่ยนกับผู้อนุบาลต่างชาติดูแลคนป่วย วันละ 5 ชั่วโมง ส่วนนายจ้างร้อยละ 37 ปล่อยให้ผู้อนุบาลต่างชาติดูแลคนป่วยตามลำพัง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-6813353866978635813?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/6813353866978635813/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/06/cla-473.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/6813353866978635813'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/6813353866978635813'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/06/cla-473.html' title='CLA สำรวจพบ ผู้อนุบาลต่างชาติ มีรายได้เฉลี่ยแค่ชั่วโมงละ 47.3 เหรียญเท่านั้น'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-2790177417618124936</id><published>2011-05-31T06:27:00.000-07:00</published><updated>2011-05-31T06:41:06.646-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เจ้าหน้าที่ตำรวจ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไต้หวัน'/><title type='text'>ท่าอากาศยานนานาชาติประกาศหา เจ้าของเงินไทย 200,000 บาท ที่ทำตกหล่นในห้องซ้วมสนามบิน ให้ไปรับคืนด่วน</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ก่อนหน้านี้เพิ่งจะมีผู้โดยสารทำเงินตกหล่น 10,000 เหรียญสหรัฐ มาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ พนักงานทำความสะอาด ขณะที่ทำความสะอาดห้องน้ำ ภายในอาคารเทอร์มินอล 1 ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน พบถุงพลาสติกใบหนึ่งทิ้งอยู่ในห้องส้วม เมื่อเปิดดู มีเงินไทยแบ๊งค์พันปึกเบอเร่ออยู่ข้างใน พนักงานทำความสะอาดจึงรีบนำไปมอบให้ตำรวจท่าอากาศยาน เพื่อคืนให้กับเจ้าของ ทางตำรวจตรวจนับดูเงินไทยในถุงพลาสติกพบว่า มีจำนวน 200,000 บาท ใส่ไว้ในถุงพลาสติกธรรมดาแบบมีหูหิ้ว สันนิษฐานว่า เจ้าของน่าจะเป็นแรงงานไทยที่เพิ่งจะแลกเงินบาทจากที่สนามบิน เพื่อนำกลับบ้าน แต่ลืมไว้ในห้องน้ำ ทางตำรวจนอกจากจะประกาศหาเจ้าของแล้ว ยังได้ตรวจสอบจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อตรวจหาเจ้าของต่อไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามกฎหมายของไต้หวัน หากประกาศไปแล้ว 6 เดือน ไม่มีเจ้าของมารับคืน ทรัพย์สินหรือสิ่งของที่เก็บได้ จะตกไปเป็นของผู้เก็บได้อย่างถูกกฎหมาย ดังนั้นใครที่รู้ตัวว่าเงินตกหล่นไป 200,000 บาท ก็รีบไปรับคืน แต่ขอเตือนว่า ผู้ไม่ใช่เจ้าของ อย่าแอบอ้างนะครับ เพราะตำรวจเขามีวิธีการตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของจริงหรือแอบอ้าง ขืนมั่วอาจเจอคุกนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แหล่งที่มา : Rti &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;วันที่ : 18 พ.ค. 2554﻿&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-2790177417618124936?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/2790177417618124936/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/05/cla.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/2790177417618124936'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/2790177417618124936'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/05/cla.html' title='ท่าอากาศยานนานาชาติประกาศหา เจ้าของเงินไทย 200,000 บาท ที่ทำตกหล่นในห้องซ้วมสนามบิน ให้ไปรับคืนด่วน'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-1447385331646805142</id><published>2011-05-31T06:25:00.000-07:00</published><updated>2011-05-31T06:39:52.901-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทารุณกรรม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผิดกฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>CLA ให้เงินรางวัลนำจับการทารุณและล่วงละเมิดทางเพศต่อแรงงานต่างชาติ สูงสุด 50,000 เหรียญ</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เพื่อจะลดปัญหาการทำทารุณกรรม หรือแม้กระทั่งบังคับขู่เข็ญให้แรงงานต่างชาติที่นับถือศาสนาอิสลามทานเนื้อหมูเป็นต้น คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวัน ได้ประกาศระเบียบการให้เงินรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสการกระทำที่ผิดกฎหมาย นอกจากเพิ่มเงินรางวัลนำจับคนงานต่างชาติผิดกฎหมายและนายหน้าเถื่อนโดยคิดเป็นรายหัวกันแล้ว ยังได้เพิ่มรางวัลนำจับนายจ้างที่ปฏิบัติอย่างโหดร้าย ทรมาน จำกัดเสรีภาพ ไม่เคารพต่อศาสนาหรือล่วงละเมิดทางเพศต่อแรงงานต่างชาติด้วย หากเรื่องที่แจ้งเป็นความจริง ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับเงินรางวัลสูงสุด 50,000 เหรียญไต้หวันเลยทีเดียว เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2554 เป็นต้นไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามระเบียบการให้เงินรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสการกระทำที่ผิดกฎหมายของ CLA ฉบับใหม่นี้ ผู้แจ้งร่องรอยหรือลาดเลาของแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย หากนำไปสู่การจับกุม จะได้รับเงินรางวัลจากเดิมที่กำหนด 2,000 เหรียญ เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 เหรียญ สำหรับคนงานต่างชาติผิดกฎหมาย 1 คน แต่หากนำไปสู่การจับกุมคนงานต่างชาติผิดกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ตั้งแต่ 2-4 คน จะได้รับเงินรางวัลนำจับ 20,000 เหรียญ 5 คนขึ้นไป จะได้รับเงินรางวัล 50,000 เหรียญไต้หวัน กรณีที่แจ้งเบาะแสสายหรือนายหน้าเถื่อน จะได้รับเงินรางวัลเพิ่มขึ้นจากเดิม 5,000 เหรียญ เป็น 20,000 เหรียญ หากนำไปสู่การจับกุมแรงงานต่างชาติที่ผ่านการจัดหางานอย่างผิดกฎหมาย 1 คน แต่หากเป็น 2 คนขึ้นไป ผู้แจ้งจะได้รับเงินรางวัล 50,000 เหรียญไต้หวัน โดยผู้แจ้งจะได้รับเงินรางวัลตามระเบียบ หลังจากที่รัฐบาลท้องถิ่นทำการปรับเงินนายจ้าง หรือ CLA เพิกถอนใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายนั้นแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ กรณีที่นายจ้างไม่ได้ปฏิบัติตามแผนบริหารดูแลแรงงานต่างชาติตามที่ CLA กำหนด เช่นหอพักที่จัดให้แรงงานต่างชาติมีพื้นที่แคบไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีช่องทาง หรือป้ายบอกทางหนีไฟ ไม่มีห้องอาหารและห้องสันทนาการ ฯลฯ ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับเงินรางวัลนำจับตามจำนวนแรงงานต่างชาติที่ตกเป็นผู้เสียหาย หากไม่เกิน 10 คน จะได้รับเงินรางวัลนำจับ 1 เหมื่นเหรียญ 10-100 คน จะได้รับเงินรางวัลนำจับ 20,000 เหรียญ แต่หากมีแรงงานต่างชาติที่ตกเป็นผู้เสียหายมากกว่า 100 คนขึ้นไป จะได้รับเงินรางวัลนำจับ 50,000 เหรียญไต้หวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรณีที่แจ้งเบาะแสนายจ้างทำทารุณกรรม กักขังหน่วงเหนี่ยว จำกัดเสรีภาพ ล่วงละเมิดทางเพศ หรือเหยียดหยามศาสนาของแรงงานต่างชาติ เมื่ออัยการสั่งฟ้องศาลหรือให้รอลงอาญาแล้ว ผู้แจ้งเบาะแสก็จะได้รับเงินรางวัลนำจับ 20,000 เหรียญไต้หวัน &lt;/div&gt;แหล่งที่มา : Rti &lt;br /&gt;วันที่ : 15 พ.ค. 2554&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-1447385331646805142?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/1447385331646805142/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/05/8.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/1447385331646805142'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/1447385331646805142'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/05/8.html' title='CLA ให้เงินรางวัลนำจับการทารุณและล่วงละเมิดทางเพศต่อแรงงานต่างชาติ สูงสุด 50,000 เหรียญ'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-8392180699098973696</id><published>2011-05-31T06:24:00.000-07:00</published><updated>2011-05-31T06:39:03.969-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หลอกลวง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานไทย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>CLA เตือนระวังนายหน้าเถื่อนออกอาละวาด แรงงานอินโดถูกคนชาติเดียวกันต้มตุ๋นไปแล้วหลายราย</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ช่วงนี้มีขบวนการมิจฉาชีพใช้วิธีแจกแผ่นพับโดยอ้างว่า สามารถทำเรื่องให้ญาติพี่น้องของแรงงานต่างชาติมาทำงานที่ไต้หวันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปรากฎว่ามีแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานอินโดนีเซียตกเป็นเหยื่อสูญเงินกว่า 2 แสนเหรียญไปแล้วหลายราย ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกิจการแรงงานต่างชาติ จึงได้ทำหนังสือแจ้งคณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวัน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติทราบโดยทั่วกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในหนังสือเตือนของ CLA ยกตัวอย่างเหยื่อรายหนึ่ง ซึ่งเป็นแรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันในตำแหน่งผู้อนุบาลในกรุงไทเป ตามปกติมักจะไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะใกล้บ้านนายจ้าง เมื่อเดือนธันวาคมปี 2553 ขณะที่ผู้อนุบาลอินโดนีเซียผู้นี้เดินพักผ่อนหย่อนใจอยูที่สวนสาธารณะตามเคย เห็นแผ่นโฆษณาใบหนึ่ง เขียนด้วยภาษาอินโดนีเซีย สาระสำคัญเขียนว่า สามารถช่วยเหลือให้ญาติ&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;พี่น้องของแรงงานต่างชาติ เดนทางมาทำงานที่ไต้หวันได้อย่างถูกกฎหมาย ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง และจะมีการออกใบเสร็จรับเงินประทับตราอย่างถูกต้องทุกอย่าง และทิ้งเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ข้างท้าย ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้เห็นว่า การทำงานในไต้หวันรายได้ดี นายจ้างไต้หวันมีความเป็นกันเอง ดูแลลูกจ้าง อย่างนายจ้างที่ตนทำงานอยู่ในทุกวันนี้ อยากให้ญาติพี่น้องของตนมาทำงานอย่างตนบ้าง จึงโทรศัพท์สอบถามฝ่ายตรงข้ามตามเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุในใบปลิว ปรากฎว่ามีผู้หญิงชาวอินโดนีเซียรายหนึ่งอ้างว่าชื่อนีน่ามารับสาย พูดจาฉะฉานและรับประกันว่า สามารถทำเรื่องให้แรงงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาทำงานอย่างถูกกฎหมาย และด้วยค่าหัวคิวไม่แพง เพียงหัวละ 70,000 เหรียญไต้หวัน หากเทียบกับค่าหัวคิวตามปกติแล้วถูกว่าถึง 2 เท่าตัว ทั้งสองฝ่ายนัดเจอเพื่อเจรจารายละเอียดกันในสวนสาธารณะ โดยผู้นุบาลอินโดนีเซียรายนี้ หลังจากที่นัดคุยกันแล้ว หลงเชื่อคารมของหญิงที่ชื่อนีน่า เพราะไม่เพียงแต่จะแต่งตัวดูภูมิฐาน ยังพูดจาดีฟังน่าเชื่อถือ จึงได้นำข้อมูลของญาติพี่น้องของตน 4 คนที่อยากจะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน พร้อมกับเงินเดือนที่นายจ้างเพิ่งจะจ่ายให้ ยังไม่ทันจะนำไปฝากธนาคารจำนวน 17,000 เหรียญ มอบให้กับหญิงที่ชื่อนีน่า เพื่อเป็นค่ามัดจำ และหลังจากนั้น ก็ได้ถอนเงินฝากในธนาคาร รวมทั้งยืมจากนายจ้างและเพื่อนๆ ที่รู้จัก ทะยอยโอนให้นางนีน่าแล้วถึง 210,000 เหรียญ แต่หลังจากจ่ายเงินจนครบแล้ว ได้โทรศัพท์ไปสอบถามว่า ญาติจะเดินทางมาได้เมื่อไหร่ ปรากฎไม่สามารถติดต่อได้ โทรศัพท์ไม่มีใครรับสาย หรือไม่ก็ปิดเครื่อง เมื่อโทรศัพท์ติดต่อสอบถามญาติพี่น้องที่อินโดนีเซียทั้ง 4 ราย ก็ไม่มีใครได้รับการติดต่อให้ไปรายงานตัว หรือไปติดต่อเพื่อทำเรื่องไปทำงานที่ไต้หวันแต่อย่างใด แรงงานอินโดนีเซียรายนี้ จึงรู้ว่า ตนตกเป็นเหยื่อของนางนีน่า จนเงินที่อุตส่าห์เก็บเล็กผสมน้อย ไม่กินไม่ใช้มาเกือบ 2 ปี ถูกต้มตุ๋นจนหมดเกลี้ยงเสียแล้ว เจ็บใจเล่าเรื่องให้นายจ้างฟัง ทางนายจ้างจึงพาไปแจ้งความต่อตำรวจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบพบว่า ผู้ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันนี้ ไม่ใช่มีเพียงรายเดียว ก่อนหน้านี้เคยมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วหลายราย โดยมากจะเป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ซึ่งหลงเชื่อคำโฆษณาในใบปลิว ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน ที่มีเป้าหมายต้มตุ๋นคนชาติเดียวกัน ขณะนี้ได้มีการตรวจอบอย่างเข้มงวด เพื่อตามล่าขบวนการต้มตุ๋นแก๊งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกิจการแรงงานต่างชาติ พร้อมด้วยคณะกรรมการการแรงงานเห็นสมควรจะประกาศให้แรงงานต่างชาติทราบโดยทั่วกัน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพอีกต่อไป โดยย้ำว่า วิธีการป้องกันและหลีกเลี่ยงตกเป็นผู้เสียหายจากขบวนการต้มตุ๋น ก็คืออย่าหลงเชื่อคารมบุคคลหรือสื่อโฆษณาที่มักจะใช้เทคนิค โดยอาศัยจุดอ่อนของมนุษย์ที่โดยมากชอบของฟรี หรือของราคาถูกมาหลอกล่อ ระวังโลถมากลาภหาย การเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันจะต้องหาหรือติดต่อบริษัทจัดหางานที่ถูกกฎหมายเท่านั้น และหากมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น หรือสงสัยว่าตนจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งต้มตุ๋น ให้รีบโทรศัพท์แจ้งเบอร์ 165 ซึ่งเป็นสายด่วนต่อต้านการหลอกลวงต้มตุ๋น หรือแจ้งความที่เบอร์โทร 110 ได้ทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแรงงานอินโดนีเซีย สำหรับเพื่อนแรงงานไทยก็ต้องระมัดระวัง เพราะเคยโดนมาแล้วหลายรายเช่นกัน แต่ปัจจุบันแรงงานไทยจะต้องระวังให้มากที่สุดก็คือ มีล่ามบริษัทจัดหางานบางรายทำตัวเป็นสายให้กับบริษัทจัดหางานของไทย ยุแย่ให้คนงานไทยที่กำลังประสบปัญหาโรงงานไม่มีงานล่วงเวลา หรือโอทีทำ หรือที่ใกล้จะครบสัญญา ให้เดินทางกลับบ้าน แล้วกลับเข้ามาทำงานรอบใหม่กับบริษัทจัดหางานที่ล่ามรายนั้นแนะนำ ซึ่งโดยมากจะต้องเสียค่าหัวแพง และคนงานก็ยอมควัก เพราะเชื่อคารมล่ามว่า งานเบา เงินดี โอเพียบโดยแรงงานไทยหารู้ไม่ว่า เมื่อเรากลับเข้ามาใหม่ ล่ามที่ทำหน้าที่เป็นสายก็จะได้รับค่าแนะนำ หรือค่าคอมหัวละ 2-3 หมื่นเหรียญไต้หวัน และเมื่อมาแล้ว ก็ไม่ดีอย่างที่คุย เพราะเรื่องโอทีจะมากหรือน้อย ไม่มีใครทราบล่วงหน้าได้ ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ และที่สำคัญ เราต้องทำงานอย่างหนักกว่าจะได้ค่าโอทีมา ใช่ว่า จะได้มาฟรีๆ จึงไม่สมควรที่บริษัทจัดหางานหรือล่าม จะใช้ข้ออ้างว่ามีโอทีมาก แล้วมาเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานในอัตราสูง สำนักงานแรงงานไทยกล่าวเตือนผ่านรายการมาว่า คนงานไทยที่จะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน รวมเบ็ดเสร็จไม่ควรเสียค่าหัวคิวเกิน 75,000 บาท บริษัทจัดหางานใดเก็บเกินกว่านี้ ขอให้อย่างเดินทาง เพราะโอกาสที่ท่านจะเดือดร้อนมีสูงมาก กรณีที่เดินทางเข้ามาแล้ว ขอให้ร้องเรียนได้ ไม่ว่าจะที่สายด่วนร้องทุกข์ 1955 หรือร้องเรียนต่อสำนักงานแรงงาน โดยเขียนเป็นจดหมายส่งแฟกซ์ตามร้านสะดวกซื้อไปที่ 02-27011433 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง &lt;/div&gt;แหล่งที่มา : Rti &lt;br /&gt;วันที่ : 15 พ.ค. 2554&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-8392180699098973696?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/8392180699098973696/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/05/blog-post.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/8392180699098973696'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/8392180699098973696'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/05/blog-post.html' title='CLA เตือนระวังนายหน้าเถื่อนออกอาละวาด แรงงานอินโดถูกคนชาติเดียวกันต้มตุ๋นไปแล้วหลายราย'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-3255433381092137655</id><published>2011-04-11T03:28:00.000-07:00</published><updated>2011-04-11T03:30:27.136-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความคุ้มครอง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผู้อนุบาล'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผิดกฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วันหยุด'/><title type='text'>สส.พรรครัฐบาล เสนอร่างกฎหมายคุ้มครองผู้อนุบาลต่างชาติต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์ คาดจะผ่านสภาได้ในปีนี้</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เพื่อป้องกันผู้อนุบาลต่างชาติที่ทำงานอยู่ในบ้านของนายจ้างกลายเป็นแม่บ้านส่วนตัว นางสาวเจิ้งลี่เหวิน สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลร่วมกับสมาชิกสภานิติบัญญัติคนอื่นๆ ร่างกฎหมายคุ้มครองสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของแรงงานที่ทำงานอยู่ในบ้านของนายจ้าง โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้แรงงานแต่ละวันจะต้องได้รับเวลาพักผ่อนต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ทุกๆ 7 วันจะต้องมีวันหยุดพักผ่อนอย่างน้อย 1 วัน ขณะเดียวกันนายจ้างต้องให้วันหยุดพักพิเศษประจำปีโดยมีค่าจ้างตามอายุงานด้วย ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับเงิน 6,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป ไม่เกิน 60,000 เหรียญ&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ทำงานในบ้านนายจ้างฉบับนี้ ได้เข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาอภิปรายของคณะกรรมาธิการสภานิติบัญญัติแล้ว นางเจิ้งลี่เหวิน สส. ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้กล่าวว่า หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา จะสามารถให้การคุ้มครองแรงงานที่ทำงานในบ้านนาย&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;จ้าง และทำให้การดูแลแรงงานกลุ่มนี้ เป็นระบบมากขึ้น ดังนั้น จึงตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องผลักดันให้ผ่านสภาให้จนได้ ภายในสมัยการประชุมนี้ &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;จากข้อมูลสถิติของคณะกรรมการการแรงงาน หรือ CLA ของไต้หวันพบว่า ณ สิ้นเดือนมกราคมปีนี้ มีแรงงานต่างชาติที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาล ซึ่งต้องทำงานอยู่ในบ้านของนายจ้างจำนวน 176,000 คน ที่ผ่านมา แรงงานกลุ่มนี้ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์และด้านภาระหน้าที่ที่เป็นธรรม และนับวันจะมีผู้อนุบาลและอง์กรเอ็นจิโอจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ร้องเรียนว่า นายจ้างใช้งานผู้อนุบาลทำงานหนักเกินไป และมีการปฏิบัติต่อผู้อนุบาลต่างชาติอย่างไม่เป็นธรรม&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;นางสาวเจิ้งลี่เหวินกล่าวว่า ที่ผ่านมาแรงงานต่างชาติที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้าน ต้องเสียค่าใช้จ่ายเหมือนกับแรงงานในภาคการผลิตทุกอย่าง แต่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน เนื่องไม่ไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงมีข่าวผู้อนุบาลต่างชาติทำงานหนัก ไม่มีวันหยุดพักปรากฎให้ได้ยินเป็นประจำ กระทั่งผู้อนุบาลเกิดความเครียด แก้แค้นด้วยการทำร้ายผู้ป่วยที่ตนดูแล หรือเกิดการคิดสั้นฆ่าตัวตายก็มี&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สส.พรรคก๊กมินตั๋งผู้นี้กล่าวอีกว่า ผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติ ต้องทำงานปีละ 365 วัน และต้องเตรียมพร้อมวันละ 24 ชั่วโมง ไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ และมีจำนวนมากที่นอกเหนือจากงานดูแลผู้ป่วยแล้ว ยังต้องรับส่งลูกหลานนายจ้าง ซื้อของและทำงานอย่างอื่นๆ ตามที่นายจ้างสั่งเป็นต้น&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ทำงานในบ้านนายจ้างฉบับนี้ ระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้อนุบาลหมายถึงแรงงานที่ทำหน้าที่ดูแลและอนุบาลผู้ป่วยหรือผู้ทุพพลภาพ ส่วนผู้ช่วยงานบ้านหมายถึงแรงงานที่มีหน้าที่ทำความสะอาดบ้านเรือ หุงหาอาหารและดูแความเป็นอยู่ของสมาชิกครอบครัวของนายจ้าง นายจ้างต้องให้แรงงานมีเวลาพักผ่อนต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงในแต่ละวัน ทุกๆ 7 วันจะต้องมีวันหยุดพักผ่อนอย่างน้อย 1 วัน ขณะเดียวกันนายจ้างต้องให้วันหยุดพักพิเศษประจำปีโดยมีค่าจ้างตามอายุงาน นายจ้างยังต้องเอาประกันให้แก่แรงงาน และต้องลงนามสัญญาจ้างกับคนงาน จ่ายค่าจ้างตามกฎหมาย จะหักเงินจากค่าจ้างไม่ได้ และห้ามยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันควร ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับเงิน 6,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป ไม่เกิน 60,000 เหรียญ&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดบทลงโทษนายจ้างที่ลวนลามทางเพศ ข่มขืนหรือเหยียดหยามทางเพศด้วย &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เราหวังว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะสามารถผ่านสภาได้ตามที่ตั้งตั้งเป้าหมายไว้ เพื่อที่สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของแรงงานในตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลต่างชาติ จะได้รับการคุ้มครองเหมือนกับแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตเสียที &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-3255433381092137655?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/3255433381092137655/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/04/blog-post_11.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/3255433381092137655'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/3255433381092137655'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/04/blog-post_11.html' title='สส.พรรครัฐบาล เสนอร่างกฎหมายคุ้มครองผู้อนุบาลต่างชาติต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์ คาดจะผ่านสภาได้ในปีนี้'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-8588808283057576315</id><published>2011-04-11T03:26:00.000-07:00</published><updated>2011-04-11T03:26:42.498-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วีซ่า'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผิดกฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความมั่นคง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานไทย'/><title type='text'>ในอนาคตแรงงานต่างชาติที่จะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน จะต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ขณะยื่นขอวีซ่าเข้าเมือง</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ ป้องกันแรงงานต่างชาติปลอมแปลงเอกสารเข้าสู่ประเทศ ในอนาคต ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน อาจจะต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ขณะไปยื่นขอตรวจลงตรา หรือขอวีซ่าเข้าเมือง โดยมาตรการนี้ จะเริ่มใช้กับแรงงานต่างชาติจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันสาธารณรัฐจีนเสนอร่างกฎหมายว่าด้วยการตรวจลงตราของชาวต่างชาติฉบับแก้ไข โดยจะมีการผ่อนปรนกฎระเบียบในการขอวีซ่าเข้าเมืองสำหรับชาวต่างชาติที่มีทักษะเฉพาะด้าน เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติให้มาทำงานหรือพำนักในไต้หวันได้ง่ายและมากขึ้น นอกจากนี้ ยังจะผ่อนผันการขอตรวจลงตรา สำหรับชาวต่างชาติที่มีคู่สมรสหรือหรือญาติสายเลือดตรงป่วย&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;หนัก เสียชีวิต หรือเดินทางเข้าไต้หวันด้วยเหตุผลช่วยเหลือกู้ภัยหรือเหตุผลทางด้านมนุษยธรรม &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ที่น่าสังเกตุก็คือ ร่างกฎหมายฉบับนี้ นอกจากยังคงอำนาจของเจ้าหน้าที่สำนักงานตัวแทนไต้หวันประจำประเทศต่างๆ ในการขอสัมภาษณ์ ขอให้แสดงหลักฐานการตรวตโรคและแสดงประวัติอาชญากรรมแล้ว ยังมีอำนาจขอให้ผู้ถือหนังสือเดินทางแสดงข้อมูลการระบุตัวตนด้วยค่าทางชีวภาพ ซึ่งประกอบด้วยการพิมพ์ลายนิ้วมือ และการสะแกนจอประสาทตาเป็นต้น &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันให้เหตุผลว่า สืบเนื่องจากกระแสต่อต้านการก่อการร้ายทั่วโลก ประเทศต่างๆ เช่นสหรัฐอเมรกา ญี่ปุ่น แคนาดาและอียู ต่างก็ใช้มาตรการป้องกันความปลอดภัย ด้วยวิธีให้ผู้ถือหนังสือเดินทางแสดงข้อมูลการระบุตัวตนด้วยค่าทางชีวภาพแล้วทั้งนั้น &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;นอกจากนั้น เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลและดำเนินการตามข้อเรียกร้องของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ป้องกันแรงงานต่างชาติที่เคยทำผิดกฎหมาย หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ใช้วิธีเปลี่ยนชื่อหรือสวมบัตรประชาชนของผู้ยื่น ไปยื่นขอวีซ่าเข้าไต้หวัน ขณะที่ชาวต่างชาติยื่นขอวีซ่าเข้าเมือง สำนักงานตัวแทนไต้หวัน จะขอให้ผู้ถือหนังสือเดินทางพิมพ์ลายนิ้วมือก่อน หากพบเคยมีประวัติอาชญากรรม จะไม่ให้เดินทางเข้าสู่ไต้หวัน โดยมาตรการนี้ จะเริ่มใช้กับแรงงานจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ไทย อินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ก่อน คาดว่าจะมีเริ่มใช้มาตรการนี้ในปลายปี 2554 นี้ หลังจากติดตั้งระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือออนไลน์เรียบร้อยแล้ว&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือออนไลน์ดังกล่าว นอกจากมีประโยชน์ต่อไต้หวันแล้ว สำหรับแรงงานไทย ก็จะได้รับประโยชน์ทางอ้อมด้วย กล่าวคือ ผู้ที่เคยทำงานในไต้หวันเกิน 9 ปีแล้ว แต่เคยเปลี่ยนชื่อและนามสกุลมาก่อน ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเข้าสู่ไต้หวันทำงานต่อไปได้อีกหรือเปล่า ที่ผ่านมาบางคนจะใช้วิธีเสี่ยงดวง เมื่อเดินทางเข้าสู่ไต้หวันแล้ว บางคนไม่มีปัญหา แต่บางคนถูกตรวจพบว่า เคยเดินทางมาทำงานใกล้จะครบหรือครบ 9 ปีแล้ว คนที่โชคดีจะถูกให้เดินทางกลับประเทศ แต่บางคนโชคร้าย ถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยเฉพาะสาขาไทจง จับกุมตัวส่งอัยการฟ้องศาล จนถึงขณะนี้ เท่าที่มีข้อมูลเกินกว่า 5 คนแล้ว&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;อย่างกรณีล่าสุด เกิดขึ้นช่วงต้นปีนี้ นายอมฤต สุรภีร์ อายุ 33 ปี คนงานไทยจากจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันแล้ว 3 ครั้ง รวมระยะเวลาทำงาน 8 ปี 9 เดือนเศษ ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนเศษจะครบ 9 ปี ครั้งนี้กลับไปเปลี่ยนชื่อแล้วเดินเรื่องกลับมาทำงานที่เดิม หลังเดินทางมาถึง 1 วัน บริษัทจัดหางานพาไปพิมพ์ลายนิ้วมือ และยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกิจการแรงงานต่างชาติ สาขานครไทจง ถูกเจ้าหน้าที่รับเรื่องควบคุมตัวใส่กุญแจมือ ส่งให้อัยการดำเนินคดี ข้อหาปลอมแปลงเอกสารและแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงานนั้น&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;แม้ว่าด้วยความช่วยเหลือจากสำนักงานแรงงานไทยในกรุงไทเป ในการว่าจ้างทนายความมาช่วยแก้ต่างคดี จนอัยการจากสำนักงานอัยการศาลท้องถิ่นนครไทจง สั่งไม่ฟ้องนายอมฤต เนื่องจากไม่มีหลักฐานปลอมแปลงเอกสาร และนายอมฤตก็ยอมรับสารภาพว่า มีเจตนาแจ้งข้อมูลเท็จ เพื่อหวังมีโอกาสทำงาน ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ ประกอบกับนายอมฤตให้ความร่วมมือโดยดีและไม่มีประวัติกระทำผิดมาก่อน จึงเห็นควร สั่งไม่ฟ้อง แต่กว่าจะได้รับอิสระภาพ ก็ต้องถูกกักตัวอยู่ในสถานกักกันนานกว่า 2 เดือน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;คดีของนายอมฤต เป็นตัวอย่างของคนงานไทยที่ทำงานในไต้หวันใกล้จะครบหรือครบ 9 ปีแล้ว อยากจะกลับมาทำงานอีก โดยการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล ซึ่งอดีตนั้น เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบข้อมูลได้ยาก แต่ปัจจุบัน สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากมีการบันทึกลายพิมพ์นิ้วมือในรูปแบบดิจิตอล ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลอย่างไร ลายพิมพ์นิ้วมือก็ยังเป็นคนเดียวกัน แม้ว่าเมื่อถูกตรวจพบแล้ว จะไม่ถูกลงโทษด้วยการจำคุก แต่กว่าจะจบเรื่อง ต้องใช้เวลานานเป็นเดือน ทำให้เสียเวลาและต้องถูกกักตัวอยู่สถานรองรับชาวต่างชาติ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทำให้ทุกข์ทรมานกายใจ &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA เตือนว่า ปัจจุบันมีการตรวจเข้มคนงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันครบกำหนด 9 ปี แล้วกลับมาทำงานอีก นอกจากใช้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบฐานข้อมูลแล้ว ยังตรวจลายพิมพ์นิ้วมือด้วยระบบคอมพิวเตอร์ คนงานต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายจะถูกส่งกลับประเทศ แต่หากสวมบัตรประชนคนอื่น ซึ่งเข้าข่ายปลอมแปลงเอกสารก็จะถูกส่งดำเนินคดี กรณีของนายจ้างรู้เห็นเป็นใจ จะถูกลงโทษปรับเงิน 150,000 เหรียญขึ้นไป ไม่เกิน 750,000 เหรียญ และหากบริษัทจัดหางานทราบเรื่องแล้วยังให้ความช่วยเหลือในการกระทำผิด จะถูกลงโทษปรับเงิน 60,000 เหรียญขึ้นไป ไม่เกิน 300,000 เหรียญไต้หวัน &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สำนักงานแรงงานก็เตือนแรงงานไทย โดยเฉพาะท่านที่ใกล้ครบหรือครบกำหนด 9 ปีแล้ว กลับบ้านไปเปลี่ยนชื่อหรือสวมชื่อคนอื่นกลับเข้ามาทำงานอีกว่า แม้นายจ้างบางรายบอกว่าไม่เป็นไร หรือถึงขนาดออกค่าใช้จ่ายในการไปเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล ก็ไม่ควรฝ่าฝืนกฎหมาย เนื่องจากท่านอาจถูกตรวจพบ ถูกส่งกลับหรือถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกับแรงงานไทยที่กล่าวมาก็ได้ ควรจะรอให้กฎหมายการจ้างงานผ่านสภา อนุญาตให้ขยายเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติออกไปเป็น 12 ปีแล้ว จึงจะกลับเข้ามาใหม่ ด้วยความสบายใจและไม่ต้องผวาว่าจะถูกตรวจพบ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-8588808283057576315?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/8588808283057576315/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/04/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/8588808283057576315'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/8588808283057576315'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/04/blog-post.html' title='ในอนาคตแรงงานต่างชาติที่จะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน จะต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ขณะยื่นขอวีซ่าเข้าเมือง'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-7280294583039849796</id><published>2011-03-29T07:23:00.000-07:00</published><updated>2011-03-29T07:32:25.094-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สถิติ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผู้อนุบาล'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>แรงงานต่างชาติในไต้หวันทำลายสถิติ ตัวเลขพุ่งทะลุ 380,000 คน คนงานอินโดครองสัดส่วนมากสุดถึง 40%</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สืบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ร้อนแรงมากขึ้น ประกอบกับจำนวนประชากรสูงวัยและผู้ป่วยที่ต้องการผู้อนุบาลมาดูแลเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน ณ สิ้นเดือนม.ค. 2554 สูงเป็นประวัติการณ์ มาอยู่ที่ 383,164 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานอินโดนีเซียสูงถึง 159,367 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 41 ของแรงงานต่างชาติทั้งหมด ส่งผลให้คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวันกังวลว่า หากแรงงานต่างชาติกระจุกตัวอยู่ที่ชาติใดชาติหนึ่งมากเกินไป อาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติได้ ดังนั้น ขณะนี้ CLA จึงพยายามหาทางโน้มน้าวให้นายจ้างกระจายการนำเข้าแรงงานจากประเทศอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://www.rti.com.tw/imagedb/20070502/20070430000003S.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" r6="true" src="http://www.rti.com.tw/imagedb/20070502/20070430000003S.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติตั้งแต่ปี 2532 เพียง 10 ปีแรกของการเปิดให้นำเข้า จำนวนแรงงานต่างชาติได้พุ่งทะลุหลัก 300,000 คน โดยภาคการผลิตซึ่งเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเป็นลำดับแรก เนื่องจากประสบภาวะขาดแคลนแรง&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;งานอย่างหนัก ทำให้มีการนำเข้าแรงงานต่างชาติสูงถึง 190,000 คน แม้ต่อมาจะประสบวิกฤตการเงินโลก เศรษฐกิจซบเซา โรงงานหลายแห่งล้มละลาย ประกอบกับมีการจำกัดคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่มีสิทธินำเข้าแรงงานต่างชาติอย่างเข้มงวด ส่งผลให้จำนวนแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตลดลงกว่า 20,000 คน แต่เริ่มจากปี 2553 ภาวะเศรษฐกิจกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 190,000 คนอีกครั้ง&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://www.rti.com.tw/imagedb/20051206/20051206000037S.jpg" imageanchor="1" style="clear: left; cssfloat: left; float: left; margin-bottom: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" r6="true" src="http://www.rti.com.tw/imagedb/20051206/20051206000037S.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;ในส่วนของภาคสวัสดิการ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ไต้หวันนำเข้าผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติในจำนวนที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยแรงงานอินโดนีเซียมีจำนวนมากที่สุด ครองสัดส่วนกว่าร้อยละ 73ของผู้อนุบาลทั้งหมด และหากเทียบกับจำนวนแรงงานต่างชาติทั้งหมด แรงงานจากอินโดนีเซียมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 41 เลยทีเดียว&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ต่อสภาพการณ์เช่นนี้ นางหวางหรูเสวียน ประธาน CLA กล่าวว่า หากมองในแง่ความมั่นคงของประเทศแล้ว การนำเข้าแรงงานต่างชาติจากชาติใดชาติหนึ่งมากเกินไป จัดเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่จะละเลยไม่ได้ ดังนั้น ขณะนี้ CLA กำลังพยายามกระจายการนำเข้าแรงงานต่างชาติจากชาติอื่นมากขึ้น นอกจากนี้ ประธาน CLA ยังกล่าวว่า สาเหตุที่ผู้อนุบาลเพิ่มมากขึ้น พอๆ กับความต้องการแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในภาคการผลิต มาจากยังไม่สามารถจัดตั้งระบบดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุระยะยาว หากระบบนี้ จัดตั้งเสร็จ และแรงงานไต้หวันเข้าระบบนี้มากขึ้น ก็จะลดการนำเข้าแรงงานต่างชาติในภาคสวัสดิการสังคม ได้แก่ผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติน้อยลง&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;อย่างไรก็ตาม ระบบดูแลผู้สูงวัยระยะยาว ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลไต้หวันผลักดันมานาน แม้ระยะนี้จะได้รับความสำคัญและมีแนวโน้มว่า จะสามารถจัดตั้งแล้วเสร็จในไม่ช้านี้ แต่กว่าจะเข้ารูปเข้ารอย และสามารถฝึกอบรมแรงงานท้องถิ่นเข้าทำหน้าที่เป็นผู้อนุบาลได้มากขึ้น คงต้องใช้เวลาอีกนาน ดังนั้น การจะลดจำนวนผู้อนุบาลต่างชาติให้น้อยลง คงยังไม่ง่ายและไม่รวดเร็วอย่างที่ทางการคาดหวัง &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-7280294583039849796?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/7280294583039849796/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/03/380000-40.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7280294583039849796'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7280294583039849796'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/03/380000-40.html' title='แรงงานต่างชาติในไต้หวันทำลายสถิติ ตัวเลขพุ่งทะลุ 380,000 คน คนงานอินโดครองสัดส่วนมากสุดถึง 40%'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-7543214006930360090</id><published>2011-03-26T19:00:00.000-07:00</published><updated>2011-03-26T19:12:11.288-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เทศกาล'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ท่องเที่ยว'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สงกรานต์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานไทย'/><title type='text'>ไต้หวันจัดงานสงกรานต์ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ชุ่มช่ำทั่วเกาะ</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;table cellpadding="0" cellspacing="0" class="tr-caption-container" style="float: right; margin-left: 1em; text-align: right;"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://www.rti.com.tw/imagedb/20060215/20060215172038.gif" imageanchor="1" style="clear: right; cssfloat: right; margin-bottom: 1em; margin-left: auto; margin-right: auto;"&gt;&lt;img border="0" r6="true" src="http://www.rti.com.tw/imagedb/20060215/20060215172038.gif" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="tr-caption" style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://thai.rti.org.tw/Thai/special/Songkran/waterfestival.htm"&gt;คลิกชมคลิปและภาพบรรยากาศ&lt;br /&gt;งานสงกรานต์ในไต้หวัน&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;เทศกาลสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย เป็นโอกาสที่สมาชิกในครอบครัวจะได้พบกันอย่างพร้อมหน้า สำหรับแรงงานไทยร่วม 70,000คนในไต้หวันแม้จะไม่สามารถเดินทาง กลับไปร่วมฉลองกับครอบครัวได้ แต่หน่วยงานไทย หน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไต้หวันก็ได้ร่วมมือกันจัดงานฉลองเทศกาลสงกรานต์ให้กับแรงงานไทย เพื่อให้ความบันเทิง ผ่อนคลายความคิดถึงบ้าน รวมทั้งความเครียดจากการตรากตรำทำงานตลอดปีที่ผ่านมา &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ในไต้หวันได้ดำเนินการต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 13แล้ว โดยจัดขึ้นที่เมืองเถาหยวนก่อนเป็นแห่งแรก ต่อมามีการขยายไปยังเมืองต่างๆ ทั่วไต้หวัน จนกลายเป็นเทศกาลของต่างชาติที่ชาวไต้หวันรู้จักและนิยมชื่นชอบมากที่สุดงานหนึ่งไปแล้ว และรัฐบาลเมืองต่างๆ รวมถึงคณะกรรมการการแรงงานก็ได้ให้ความสำคัญกับการจัดงานสงกรานต์ โดยจะจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการจัดงานทุกปี และสำหรับปีนี้ก็เช่นกัน มีกำหนดจะจัดงานสงกรานต์ขึ้นทั่วไต้หวันถึง 5 แห่ง เริ่มจากเที่ยงวันเสาร์ที่ 9 เม.ย. กองแรงงาน กรุงไทเปจะจัดงานสงกรานต์ขึ้นที่ Shin Kong Mitsukoshi Xinyi Plaza ข้างห้างสรรพสินค้า Shin Kong Mitsukoshi ใกล้ที่ทำการกรุงไทเป ในงานจะมีการแสดงของคลื่นลูกใหม่วงสุนทราภรณ์ คณะหุ่นละครเล็ก และคณะนาฏศิลป์สบันงาจากจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารไทยไปออกร้านกันหลาย&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ร้าน ช่วงท้ายจะมีการเล่นสาดน้ำอย่างสนุกสนานกัน เพื่อนผู้ฟังที่ประสงค์จะไปเที่ยวงาน ให้นั่งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจากที่สถานีรถไฟไทเป ไปลงที่สถานีไทเปซิตี้ฮอลล์ หรือที่ทำการกรุงไทเป เดินต่ออีกนิดเดียวก็ถึงบริเวณจัดงาน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ส่วนงานสงกรานต์ที่เมืองเถาหยวน ซึ่งดำเนินการจัดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 แล้ว และเป็นงานสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ไปร่วมงานหรือหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน โดยปีนี้ งานสงกรานต์เมืองเถาหยวนจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. ที่สนามกีฬากลางเมืองเถาหยวนที่เดิม ซึ่งงานนี้ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย สำนักงานแรงงาน ไทเป เทศบาลเมืองเถาหยวนและคณะกรรมการการแรงงาน (CLA) ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยมีผู้ให้การสนับสนุนมากมาย ทั้งสถานีวิทยุอาร์ทีไอ สมาคมคนไทยในไต้หวัน สมาคมการจัดหางานทั้งของไต้หวันและของประเทศไทยเป็นต้น งานจะเริ่มขึ้นในช่วงเช้า 09.00 น. ด้วยการร่วมกันตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 9 รูป จากนั้น จะมีการขบวนแห่พระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์หนึ่งจากวัดหลิงจิ้วซัน ตามด้วยขบวนแห่เจ้าแม่มาจู่ ซึ่งอันเชิญมาจากกรุงเทพฯ พี่น้องชาวไทยนอกจากจะไปกราบไหว้บูชาพระพุทธรูปได้แล้ว ยังสามารถไปเดินสะพานลอดเกี้ยวเจ้าแม่มาจ้อ เพื่อความเป็นสิริมงคลได้ พิธีการจะเริ่มขึ้นในช่วงเที่ยง ผู้ใหญ่ที่จะไปร่วมงาน นอกจากพ่อเมืองเถาหยวนและผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยแล้ว นางหวางหรูเสวียน ประธานคณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ก็รับจะไปร่วมงานเป็นครั้งแรกด้วย โดยจะมีพิธีรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ตามประเพณีไทย และมอบโล่ขอบคุณตัวแทนนายจ้างไต้หวัน 15บริษัทที่ดูแลเอาใจใส่แรงงานไทย จากนั้นจะเริ่มการแสดงบนเวทีประเดิมด้วยคลื่นลูกใหม่วงสุนทราภรณ์ ซึ่งก่อตั้งโดยครูเอื้อ สุนทรสนาน ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาวัฒนธรรมดนตรีไทยสากลในปี 2553 จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ตามด้วยการแสดงแนวเทคโนแดนซ์ของเทพนาจา หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า電音三太子 ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในไต้หวัน นอกจากนั้นยังมีนาฏศิลป์คณะสบันงาที่แรงงานไทยชื่นชอบ และปิดท้ายด้วยวงดนตรีขวัญใจแฟนขาร็อกจากจังหวัดบุรีรัมย์ที่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงทั่วเมืองไทย จะมาแสดงคอนเสิร์ตปลอบขวัญพี่น้องชาวไทยถึงในงาน ด้านสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย จะไปตั้งเต็นท์เปิดรับการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งในต่างแดน เพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในต้นเดือนกรกฎาคมศกนี้ ด้าน CLA ก็มีหน่วยงานไปตั้งเต็นต์บริการกันทุกหน่วยงาน เช่น สายด่วนร้องทุกข์ 1955 ศูนย์จ้างตรงเป็นต้น สถานีวิทยุอาร์ทีไอของเราก็มีข้าวปลอดสารเคมีไปแจกแก่ผู้ฟังที่นำหลังฐานมายืนยันว่า เป็นแฟนพันธุ์แท้ของอาร์ทีไอ และสำหรับท่านที่ต้องการตรวจโรค สอบถามปัญหากฎหมาย ตลอดจนเปิดซิมมือถือและขอรับบัตรเติมเงินฟรีจากยักษ์ใหญ่โทรศัพท์ทุกค่าย ก็เตรียมตัวไปเที่ยวงานสงกรานต์ที่เมืองเถาหยวนได้ &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ส่วนเพื่อนผู้ฟังทางภาคกลางภาคใต้ที่ไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวงานสงกรานต์ที่เมืองเถาหยวนได้ สามารถที่จะเลือกไปร่วมงานสงกรานต์ที่จัดขึ้นในบริเวณไม่ไกลนักได้ เช่นที่หยุนหลิน จัดขึ้นที่สนามกีฬาเมืองโต่วลิ่ว เลขที่ 310ถ.ต้าเสว เมืองโต่วลิ่ว เขตหยุนหลิน ท่านที่อยู่ไถหนาน ไปร่วมงานสงกรานต์ที่จัดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมสาธิตเฉินกง หรือสถานที่จัดงานสงกรานต์ที่เดิม ถ.จงเจิ้ง เมืองเหรินเต๋อ เขตไทหนาน ส่วนเกาสง จัดขึ้นที่สวนสาธารณะหนานจื่อ หรือที่เรียกกันว่าสวนใหญ่ เลขที่ 24 ถ.เต๋อหมิง เขตหนานจื่อ นครเกาสง &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;โดยงานสงกรานต์ที่กล่าวมาทั้งหมด 5 เมืองจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. ยกเว้นกรุงไทเปที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 9 เม.ย. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://thai.rti.org.tw/Content/WhatsNewSingle.aspx?ContentID=122120&amp;amp;BlockID=30"&gt;สนใจเที่ยวงานสงกรานต์เมืองเถาหยวน คลิกที่นี่ครับ&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-7543214006930360090?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/7543214006930360090/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/03/blog-post.html#comment-form' title='17 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7543214006930360090'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7543214006930360090'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/03/blog-post.html' title='ไต้หวันจัดงานสงกรานต์ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ชุ่มช่ำทั่วเกาะ'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>17</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-7509769510791766601</id><published>2011-03-24T04:16:00.000-07:00</published><updated>2011-03-24T04:17:43.351-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สถิติ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มาตรการ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงาน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><title type='text'>ฟิลิปปินส์แสดงท่าทีเป็นมิตรกับไต้หวัน CLA ยกเลิกคำสั่งระงับการนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;หลังจากที่ไต้หวันประกาศระงับการนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์ชั่วคราว ด้วยการขยายเวลาการอนุมัติคำร้องขอนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์ จากปกติ 7-12 วันทำการเป็น 4 เดือน เพื่อตอบโต้กรณีที่รัฐบาลฟิลิปปินส์จับนักต้มตุ๋นชาวไต้หวัน 14 คน ส่งให้จีนแผ่นดินใหญ่ดำเนินการทางกฎหมาย โดยอ้างว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีเอกสารการเดินทาง จึงเนรเทศส่งให้จีนแผ่นดินใหญ่ ไม่แยแสต่อข้อเรียกร้องที่ขอให้ส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไต้หวัน ทำให้รัฐบาลไต้หวันแสดงความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับเรียกตัวผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปในกรุงมะนิลา ซึ่งมีฐานะเป็นฑูตไต้หวันประจำประเทศฟิลิปปินส์กลับประเทศ และตัดโครงการความร่วมมือและทุนการศึกษาที่ให้กับ&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ฟิลิปปินส์ไปหลายรายการ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวงแรงงานของไต้หวันก็ ประกาศระงับการนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์เป็นเวลา 4 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. นี้เป็นต้นมานั้น &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เมื่อวันที่ 16 มี.ค. หรือหลังจากประกาศระงับการนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์ไปแล้ว 35 วัน รัฐบาลฟิลิปปินส์ก็ได้แสดงท่าทีที่เป็นมิตร ด้วยการปลดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจากตำแหน่ง ขณะเดียวกันก็ทำหนังสือขอโทษต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น นอกจากนั้น ยังได้จับอาชาญากรทางเศรษฐกิจชาวไต้หวันที่หนีไปกบดานอยู่ที่กรุงมะนิลากลับสู่ไต้หวันจำนวน 2 คน ทางกระทรวงการต่างประเทศและคณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวัน จึงประกาศยกเลิกมาตรการลงโทษต่างๆ โดยในส่วนของ CLA ได้ประกาศจะพิจารณาคำร้องขอนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์ตามปกติ คือใช้เวลาพิจารณาอนุมัติภายในเวลา 7-12 วันทำการตามเดิม ไม่ต้องรอจนถึง 4 เดือนอีกต่อไป ส่วนกระทรวงการต่างประเทศก็ประกาศอนุญาตให้ชาวฟิลิปปินส์ที่ได้รับวีซ่าเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น อังกฤษ นิวซีแลนด์หรือประเทศสมาชิกอียู ประเทศใดประเทศหนึ่งอยู่แล้ว สามารถลงทะเบียนทางอินเตอร์เนตโดยไม่ต้องขอตรวจลงตรา ก็สามารถเดินทางเข้าสู่ไต้หวันได้แล้ว&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;CLA แถลงว่า นายจ้างไต้หวันที่เปลี่ยนไปนำเข้าแรงงานชาติอื่น หากประสงค์จะกลับมาว่าจ้างแรงงานฟิลิปปินส์ตามเดิม ก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องยื่นคำร้องใหม่ และช่วงระหว่างที่ระงับไป 35 วัน มีนายจ้างไต้หวันยื่นคำร้องขอนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์ประมาณ 1,500 ฉบับ จำนวนแรงงานฟิลิปปินส์ที่ต้องการนำเข้า 6,119 คน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ด้านสำนักงานแรงงานไทยคาดการณ์ว่า ช่วงระหว่างที่ CLA ประกาศระงับการนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์ โดยขยายเวลาพิจารณาอนุมัติจาก 7-12 วัน เป็น 4 เดือน มีนายจ้างไต้หวันหันไปนำเข้าแรงงานไทยแล้ว คาดว่าไม่ต่ำกว่า 1,000 คน โดยเฉพาะผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล อิเลคทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้กิจการ 3 เค ซึ่งมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่แย่กว่า และงานก่อสร้าง รับสมัครคนงานไทย ซึ่งเดิมก็ลำบากอยู่แล้ว ยิ่งยากลำบากมากขึ้นไปอีก&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;จากสถิติของ CLA พบว่า ณ สิ้นเดือนมกราคม 2554 มีแรงงานฟิลิปปินส์ทำงานอยู่ในไต้หวัน 78,077 คน จากจำนวนแรงงานต่างชาติทั้งหมด 383,164 คน โดยแรงงานฟิลิปปินส์มีจำนวนมากเป็นอันดับ 3 รองจากอินโดนีเซียและเวียดนาม และมากกว่าแรงงานไทย ในจำนวนนี้ทำงานอยู่ในภาคการผลิต 54,720 คน เป็นรองเพียงแรงงานไทยที่มี 64,500 คน ส่วนผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้านชาวฟิลิปปินส์มีจำนวนที่เหลืออีกประมาณ 23,375 คน โดยแรงงานฟิลิปปินส์ที่ทำงานในภาคการผลิต ส่วนใหญ่จะทำงานในโรงงานผลิตพิวเตอร์หรืออิเลคทรอนคส์ เนื่องจากแรงงานฟิลิปปินส์สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในภาษาราชการของฟิลิปปินส์ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;แหล่งที่มา : Rti&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-7509769510791766601?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/7509769510791766601/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/03/cla_24.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7509769510791766601'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7509769510791766601'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/03/cla_24.html' title='ฟิลิปปินส์แสดงท่าทีเป็นมิตรกับไต้หวัน CLA ยกเลิกคำสั่งระงับการนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-619095452825035907</id><published>2011-03-24T04:12:00.000-07:00</published><updated>2011-03-24T04:13:38.848-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐมนตรี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กระทรวงแรงงาน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขุนพลแรงงานไทย'/><title type='text'>รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานเดินทางมาตรวจเยี่ยมแรงงานไทยในไต้หวัน พร้อมร่วมมือกับ CLA ดำเนินการเฉียบขาดกับบริษัทจัดหางานที่เก็บค่าหัวคิวแพง</title><content type='html'>เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. กระทรวงแรงงานของไทยฝ่าอุปสรรคทางด้านการเมือง นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงแรงงาน เดินทางมาตรวจเยี่ยมแรงงานไทยถึงที่ไต้หวัน จัดเป็น รมว. กระทรวงแรงงานคนแรกที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่พี่น้องแรงงานไทยอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันเพื่อขยายตลาดแรงงานและหาตำแหน่งงานว่าง รองรับแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากกรณีในลิเบียและแรงงานไทยที่ต้องการไปทำงานยังต่างประเทศเพิ่มเติม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเดินทางเยือนไต้หวันครั้งนี้ มีโอกาสไปตรวจเยี่ยมแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ที่บริษัทชุนหยวน สตีล ในเมืองหลงถาน และคนงานก่อสร้างที่บริษัทแพนเอเชีย เอ็นจิเนียริ่ง คอนสตรัคชั่น และพบปะกับแรงงานไทยกว่า 100 คน ณ จุดนัดพบที่แรงงานไทยมักจะไปรวมตัวกันในช่วงพักผ่อนที่บริเวณย่านสถานีรถไฟ เพื่อรับรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่แรงงานไทยประสบอยู่ ซึ่งแรงงานไทยได้สะท้อนปัญหาใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ การเรียกเก็บค่าหัวคิวในอัตราที่สูง โดยเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันสอดส่อง เฝ้าระวัง และหามาตรการในการลงโทษบริษัทจัดหางานที่ยังมีการฝ่าฝืนและกระทำผิดอยู่ ซึ่งได้ขอความร่วมมือแรงงานไทยในการจัดเก็บหลักฐานในการฝ่าฝืนและกระทำผิดของบริษัทจัดหางาน/นายหน้าเถื่อนด้วย เรื่องที่สอง กรณีนายจ้างที่ไต้หวันมีการหักค่าใช้จ่ายการบริการรายเดือนในอัตรา 1,800, 1,700 และ 1,500 เหรียญไต้หวันต่อเดือน สำหรับค่าบริการดูแลของบริษัทจัดหางานในปีที่ 1 ที่ 2 และปีที่ 3 ซึ่งกฎหมายกำหนดให้บริษัทจัดหางานจะต้องให้บริการ จึงจะเรียกรับค่าบริการรายเดือนนี้ได้ แต่ที่ผ่านมา แรงงานไทยบางรายที่ประสบปัญหา โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากล่ามบริษัทจัดหางานที่จัดส่งตนมาทำงาน แต่ติดต่อไม่ได้ หรือได้รับการปฏิเสธ และบางเดือนไม่ได้ใช้บริการในส่วนนี้ จึงอยากให้มีการปรับลดอัตราค่าบริการรายเดือนลง หรือเรียกเก็บเป็นรายครั้งตามที่ใช้บริการจริง โดยมีการกำหนดอัตราค่าบริการมาตรฐานเป็นรายการๆไป เรื่องที่สามการหักภาษีร้อยละ 18% กรณีการทำงานไม่ถึง 183 วันใน 1 ปีภาษี และ เรื่องที่สี่ นายจ้างบางรายไม่ได้จัดสวัสดิการ ที่อยู่อาศัย อาหาร และอื่นๆ ตามในสัญญาหรือกฎหมายกำหนด จึงอยากขอให้นายจ้างปรับปรุงให้ในเรื่องสวัสดิการให้ดีขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คณะของ รมต.เฉลิมชัยฯ ได้มีการหารือร่วมกับนางหวางหรูเสวียน ประธานคณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวัน โดยได้นำปัญหาของแรงงานไทยใน 4 เรื่องข้างต้นเข้าหารือด้วย ในการนี้ประธาน CLA รับจะช่วยดูแลส่วนของนายจ้างในไต้หวันอย่างเข้มงวดกวดขันขึ้นรวมถึงเรื่องการลดค่าหัวคิวในการจัดส่งแรงงาน แต่ที่ CLA ประสบปัญหาไม่อาจดำเนินการได้คือ ไม่สามารถหาหลักฐานการเรียกเก็บค่าหัวคิวที่สูงเกินกำหนดของบริษัทจัดหางานไต้หวัน เนื่องจากบริษัทจัดหางานไทยเป็นผู้เรียกเก็บและเก็บกันที่ประเทศไทย ก่อนที่คนงานจะออกเดินทาง ดังนั้นจึงขอให้ฝ่ายไทยส่งข้อมูลหลักฐานดังกล่าวให้ด้วย หากมีการตรวจพบ เพื่อที่ CLA จะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด นอกจากนั้นก็ขอความร่วมมือจากฝ่ายไทยในการผลักดันโครงการจ้างตรง ซึ่งจะให้บริการเต็มรูปแบบได้ในปลายนี้ หรือต้นปีหน้า นอกจากนั้นประธาน CLA ยังได้กล่าวว่า ได้ให้การดูแลสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของแรงงานต่างชาติในทุกด้านเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น จึงให้ฝ่ายไทยสบายใจได้ ประธาน CLA ยังกล่าวว่า ยังมีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการจัดกิจกรรมสำหรับแรงงานไทย เช่นงานสงกรานต์เป็นต้น และสนับสนุนงบประมาณจัดทำรายการวิทยุเพื่อแรงงานไทย เช่นรายการอาร์ทีไอและรายการเพื่อนไทย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในการเข้าพบหารือกับประธาน CLA ครั้งนี้ นอกจากคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานแล้ว นายวิบูลย์ คูสกุล ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยก็ได้ร่วมคณะเข้าพบหารือด้วย โดยผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยได้ถือโอกาส เชิญนางหวางหรูเสวียนไปร่วมเป็นเกียรติในงานสงกรานต์ที่เมืองเถาหยวนปีนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย.ที่สนามกีฬากลางเมืองเถาหยวน ประธาน CLA ตอบรับว่าจะพยายามปลีกตัวไปร่วมด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ภารกิจสำคัญในครั้งนี้คือ การหาตำแหน่งงานที่จะมาช่วยเหลือแรงงานในลิเบียและแรงงานที่ต้องการไปทำงานเพิ่มเติม เบื้องต้นมีตำแหน่งงานว่างประมาณ 3,000 ตำแหน่ง เช่น คนงานก่อสร้าง คนงานในโรงงาน อาทิ ช่างคุมเครื่องจักร รวมถึงช่างกึ่งฝีมือต่างๆ โดยผู้ประกอบการไต้หวันกล่าวว่า ต้องการจะรับแรงงานไทยเพิ่มขึ้น แต่ที่กำลังประสบปัญหาคือ คนงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันลดน้อยลง ทั้งๆ ที่ไต้หวัน ยังเป็นตลาดแรงงานที่ดีที่สุดและมั่นคงที่สุดสำหรับแรงงานไทย จึงขอให้ฝ่ายไทยช่วยประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยได้ทราบโดยทั่วกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากการเดินทางมาเยือนไต้หวันครั้งนี้มีระยะเวลาเพียง 3 วัน ไม่สามารถไปเยี่ยมเยือนพี่น้องแรงงานไทยได้อย่างทั่วถึง รมว. กระทรวงแรงงาน จึงได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการวิทยุอาร์ทีไอ เพื่อส่งกำลังใจและความปรารถดีมายังแรงงานไทยทุกท่าน &lt;br /&gt;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;แหล่งที่มา : Rti&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-619095452825035907?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/619095452825035907/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/03/cla.html#comment-form' title='7 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/619095452825035907'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/619095452825035907'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/03/cla.html' title='รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานเดินทางมาตรวจเยี่ยมแรงงานไทยในไต้หวัน พร้อมร่วมมือกับ CLA ดำเนินการเฉียบขาดกับบริษัทจัดหางานที่เก็บค่าหัวคิวแพง'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-1508673442728026705</id><published>2011-02-04T06:41:00.000-08:00</published><updated>2011-02-04T06:45:26.688-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผิดกฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ป้องกัน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>เตือนแรงงานไทยเปลี่ยนชื่อหวังทำงานเกิน 9 ปี อาจถูกดำเนินคดีข้อหาแปลอมแปลงเอกสารและแจ้งข้อมูลเท็จ</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ปัจจุบันกฎหมายการจ้างงานไต้หวันอนุญาตให้แรงงานต่างชาติทำงานได้ไม่เกิน 9 ปี แต่มีคนงานไทยที่ทำงานใกล้จะครบหรือครบ 9 ปีแล้ว และประสงค์จะกลับมาทำงานในไต้หวันอีก หากใช้วิธีเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล หรือกระทั่งสวมบัตรประชาชนคนอื่นกลับเข้ามา ระวังจะถูกดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารและแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงาน โดยช่วงไม่กี่เดือนมานี้ พบว่ามีแรงงานไทยถูกส่งกลับหรือกระทั่งถูกดำเนินคดีแล้วหลายราย &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ล่าสุดเกิดขึ้นที่เมืองไทจุง นายอมฤต สุรภีร์ อายุ 33 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันแล้ว 3 ครั้ง รวมระยะเวลาทำงาน 8 ปี 9 เดือนเศษ ได้เปลี่ยนชื่อทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ แล้วเดินเรื่องกลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิมเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา วันรุ่งขึ้นบริษัทจัดหางานพาไปพิมพ์ลายนิ้วมือ และยื่นขอใบถิ่นที่อยู่ที่สำนัก&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;งานตรวจคนเข้าเมืองและกิจการแรงงานต่างชาติ สาขานครไทจุงตามระเบียบ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวใส่กุญแจมือ ส่งให้อัยการดำเนินคดี ข้อหาปลอมแปลงเอกสารและแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงาน โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกิจการชาวต่างชาติสาขานครไทจุงแถลงว่า นายอมฤตเปลี่ยนชื่อก่อนเดินทางมาทำงาน ทั้งๆ ที่เหลือเวลาทำงานไม่ถึง 3 เดือน แสดงถึงเจตนาที่จะทำผิดกฎหมาย &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สำนักงานแรงงานไทยในกรุงไทเป หลังได้รับแจ้งจากนายจ้างและบริษัทจัดหางานแล้ว ได้โทรศัพท์ทักท้วงพร้อมชี้แจงต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฯ ว่า ตามกฎหมายไต้หวันอนุญาตให้แรงงานต่างชาติทำงานได้ไม่เกิน 9 ปี แต่นายอมฤตยังไม่ถึงกำหนด ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองควรออกใบถิ่นที่อยู่ให้เฉพาะช่วงเวลาที่เหลือหรือแจ้งไปยังคณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ซึ่งจะออกใบอนุญาตทำงาน หลังจากที่แรงงานต่างชาติพิมพ์ลายนิ้วมือเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ CLA จะตรวจสอบจากฐานข้อมูลและออกใบอนุญาตทำงานให้ตามระยะเวลาที่เหลือ ส่วนการเปลี่ยนชื่อ นามสกุลนอกจากเป็นสิทธิของประชาชนไทยที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้แล้ว ยังเป็นกระแสนิยมของคนไทยด้วย อีกทั้งนายอมฤต มีหลักฐานแสดงการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นการจับกุมแรงงานไทย โดยตั้งข้อหาว่าปลอมแปลงเอกสาร จึงเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีนี้ ได้เข้าสู่กระบวนการของศาลแล้ว ทางสำนักงานแรงงานไทย นอกจากรายงานต่อผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย และกระทรวงแรงงานเพื่อประชาสัมพันธ์ให้แก่คนหางานระมัดระวังแล้ว สำนักงานแรงงานไทยยังได้ว่าจ้างทนายความ ทำหน้าที่แก้ต่างและคืนความเป็นธรรมให้แก่แรงงานไทยรายนี้ต่อไปแล้ว&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;อย่างไรก็ตาม สำนักงานแรงงานได้เตือนแรงงานไทย โดยเฉพาะท่านที่ใกล้ครบหรือครบกำหนด 9 ปีแล้ว กลับบ้านไปเปลี่ยนชื่อหรือสวมชื่อคนอื่นกลับเข้ามาทำงานอีกว่า แม้นายจ้างบางรายบอกว่าไม่เป็นไร หรือถึงขั้นออกค่าใช้จ่ายในการไปเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล ก็ไม่ควรฝ่าฝืนกฎหมาย เนื่องจากท่านอาจถูกตรวจพบ ถูกส่งกลับหรือถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกับแรงงานไทยที่กล่าวมาก็ได้ ควรจะรอให้ร่างกฎหมายการจ้างงานฉบับแก้ไขผ่านสภา อนุญาตให้ขยายเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติออกไปเป็น 12 ปีแล้ว จึงจะกลับเข้ามาใหม่ เพื่อความสบายใจและไม่ต้องผวาว่าจะถูกตรวจพบ &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA เคยประกาศเตือนว่า ปัจจุบันมีการตรวจเข้มคนงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันครบกำหนด 9ปี แล้วกลับมาทำงานอีก นอกจากใช้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบฐานข้อมูลแล้ว ยังตรวจลายพิมพ์นิ้วมือด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และที่มักจะได้รับแจ้งบ่อยๆ ก็คือ คนงานต่างชาติที่กลับมาทำงานกับนายจ้างรายเดิม หรือบริษัทจัดหางานรายเดียวกันเกิน 9 ปี แล้วถูกเพื่อนร่วมงาน หรือญาติมิตรโทรศัพท์แจ้งความต่อทางการ CLA ว่า คนงานต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายจะถูกส่งกลับประเทศ แต่หากสวมบัตรประชนคนอื่น ซึ่งเข้าข่ายปลอมแปลงเอกสารก็จะถูกส่งดำเนินคดี กรณีของนายจ้างสมรู้ร่วมคิดด้วย จะถูกลงโทษปรับเงิน 150,000 เหรียญขึ้นไป ไม่เกิน 750,000 เหรียญ และหากบริษัทจัดหางานทราบเรื่องแล้วยังให้ความช่วยเหลือในการกระทำผิด จะถูกลงโทษปรับเงิน 60,000 เหรียญขึ้นไป ไม่เกิน 300,000 เหรียญไต้หวัน &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-1508673442728026705?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/1508673442728026705/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/02/9.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/1508673442728026705'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/1508673442728026705'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/02/9.html' title='เตือนแรงงานไทยเปลี่ยนชื่อหวังทำงานเกิน 9 ปี อาจถูกดำเนินคดีข้อหาแปลอมแปลงเอกสารและแจ้งข้อมูลเท็จ'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-1197699832607931062</id><published>2011-02-04T06:40:00.000-08:00</published><updated>2011-02-04T06:46:25.467-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานไทย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาชญากรรม'/><title type='text'>ศาลสูงไต้หวันตัดสินจำคุกตลอดชีวิตคนงานเวียดนาม มือวางเพลิงเผาแรงงานไทย 6 ศพ</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เหตุการณ์ที่คนงานเวียดนามไม่พอใจแพ้การพนัน ซื้อน้ำมันเบนซินราดแล้วจุดไฟเผาร้านคาราโอเกะย่างสดคนงานไทยไปถึง 6 ศพ ยาดเจ็บสาหัสอีก 4 คน ซึ่งเป็นคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญทั่วไต้หวันเมื่อปลายปี 2552 เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมานี้ ศาลสูงไต้หวันได้พิพากษาแล้ว โดยยังคงยืนตามคำพิพากษาเดิมของศาลท้องถิ่น ตัดสินจำคุกนาย Tran Quang Cuong แรงงานผิดกฎหมายชาวเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาวางเพลิงตลอดชีวิต ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นาย Hoang Duy Chung ถูกตัดสินจำคุกจาก 10 ปี ลดลงเป็น 7 ปี 6 เดือน ข้อหาช่วยเหลือนาย TRAN ฆ่าคนตาย ส่วนนาง Nguyen ThiNhi แฟนสาวชาติเดียวกันของนาย Tran ถูกตัดสินจำคุก 8 เดือน ข้อหาให้การเท็จ แต่ทั้งสามยังมีโอกาสอุทธรณ์ได้อีก คำพิพากษาของศาลสูงไต้หวันระบุว่า&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ผู้ต้องหาชาวเวียดนามเนื่องจากไม่พอใจที่เสียพนันให้คนงานไทยเป็นเงิน 10,000 เหรียญเศษ ขับขี่รถมอเตอร์ไซต์ออกไปซื้อน้ำมันเบนซินที่ปั้มใกล้เคียงในปริมาณ 15 ลิตร จากนั้นกลับมาที่ร้าน จัดการราดน้ำมันทั่วแล้วจุดไฟเผา ทำให้คนงานไทยถูกย่างสดในที่เกิดเหตุ 3 ศพ และไปเสียชีวิต&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ที่โรงพยาบาลอีก 3 คน ขณะที่มีผู้บาดเจ็บสาหัส 4 คน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เหตุการณ์เผาโหดคนงานไทยคดีนี้ เกิดขึ้นที่เมืองกุยซัน เขตเถาหยวนเมื่อรุ่งเช้า 02.00 น. ของวันที่ 6 พ.ย. 2552 ก่อนหน้าเกิดเหตุคือเมื่อค่ำวันที่ 5 พ.ย. แรงงานไทย 10 คนรวมกลุ่มกันไปรับประทานอาหาร ร้องเพลง เล่นการพนันและมั่วสุมกันเสพยาเสพติดที่ร้านสุโขทัยคาราโอเกะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลฉางเกิงที่เมืองหลินโข่ว โดยขณะนั้นมีนาย Tran Quang Cuong แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายพร้อมเพื่อนชื่อ นาย Hoang Duy Chung ไปฉลองวันเกิดให้กับนาง Nguyen ThiNhi แฟนสาวชาติเดียวกัน อยู่ที่ร้านแห่งนี้ เมื่อเวลาล่วงเลยถึงเที่ยงคืน คนงานทั้ง 2 กลุ่มยังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกรา เจ้าของร้านซึ่งเป็นหญิงไต้หวัน และมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับ 1 ในคนงานไทยผู้ตาย ไม่อยากเร่งเร้าลูกค้า จึงบอกกับคนงานทั้งสองกลุ่มให้ช่วยปิดไฟ และออกจากร้านทางประตูด้านข้าง จากนั้นเจ้าของร้านก็ปิดประตูเหล็กด้านหน้าและล็อกกุญแจกลับบ้านไปพักผ่อน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ส่วนคนงานไทย ซึ่งบางคนคุ้นเคยกับคนงานเวียดนามกลุ่มนี้ เพราะเป็นขาประจำเช่นเดียวกันที่เคยมาใช้บริการดื่มสุรา เล่นการพนันและเสพยาเสพติดที่ร้านแห่งนี้เป็นประจำ หลังเจ้าของร้านกลับไปแล้ว คนงานไทยบางคนนั่งดูทีวี บางคนเสพยาไอซ์ ขณะที่บางคนชวนคนงานเวียดนามทั้ง 3 เล่นการพนัน แต่เมื่อเล่นไปได้สักพัก คนงานเวียดนามเกิดความไม่พอใจเดินออกจากร้าน เนื่องจากเสียการพนันให้คนงานไทยกว่า 10,000 เหรียญ แต่คนงานไทยไม่ยอมเล่นต่อ จากนั้นนาย Tran ได้ชวนนาย Hoang ขับขี่รถมอเตอร์ไซต์ไปที่ปั้มน้ำมันใกล้เคียง และซื้อน้ำเบนซิน 15 ลิตร บรรจุในถุงพลาสติกกลับมาที่ร้าน จัดแจงราดน้ำมันทั่วร้าน โดยที่คนงานทั้งทั้ง 10 คนไม่รู้ เพราะอยู่ในห้องซึ่งอยู่ข้างใน แล้วจุดไฟเผา เปลวไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เท่านั้นยังไม่พอ นาย Tran ยังคว้าแก๊สกระป๋องในร้านโยนเข้าไปในกองเพลิงหลายกระปอง ทำให้เกิดการระเบิดดังสนั่น จากนั้นคนงานเวียดนามทั้ง 3 ราย ก็ซ้อนมอเตอร์ไซต์หลบหนีไป ส่วนคนงานไทยทั้งสิบคน มารู้ตัวก็ต่อเมื่อเปลวเพลิงลุกไหม้ท่วมร้านจนหนีแทบไม่ทันเสียแล้ว เป็นเหตุให้มีคนงานไทยเสียชีวิตในกองเพลิง 3 ราย ลักษณะของซากศพดำเป็นเถ้าถ่าน จนต้องพิสูจน์ดีเอ็นเอเพื่อยืนยันว่าเป็นใคร คนงานไทยเคราะห์ร้ายทั้ง 3 รายได้แก่ นางข่ง จินอินหรือนางโอ๋ อายุ 31 ปี หญิงไทยที่มาแต่งงานได้สัญชาติไต้หวัน แต่ได้อย่ากับสามีแล้ว นายชูศักดิ์ นามวงษา อายุ 37 ปี มาจากอุดรธานี คนงานไทยของ Bo Hon Enterprise ที่เมืองกุยซัน นายมณรัก ฉิมมา อายุ 42 ปีมาจากกำแพงเพชร เป็นลูกจ้างของบริษัท Chifu Industry Co,. Ltd ที่เมืองกุยซันเขตเถาหยวนเช่นกัน อีก 7 คนที่แม้จะหนีรอดกองไฟออกมาได้ แต่ถูกไฟไหม้อาการสาหัส ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลฉางเกิง ซึ่งต่อมาทยอยเสียชีวิตไปอีก 3 คนได้แก่ นายยุทธพล เลิศศุภกร อายุ 52 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นชาวไทยที่มาแต่งงานตั้งรกรากที่ไต้หวัน นายวรยุทธ ลาดศิลา อายุ 37 ปี มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ละนายวุฒินันต์ มาฤทธิ์ อายุ 36 ปี มาจากจังหวัดบุรีรัมย์เช่นกัน ส่วนที่เหลืออีก 4 คน หลังจากรับการรักษากว่า 2 เดือน อาการดีขึ้น แต่ก็ต้องพิการไปตลอดชีวิตและได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว ได้แก่ นายธนพล ทนอามาตย์ อายุ 42 ปีมาจากนครราชสีมา นายนิคม พานิชน์ อายุ 33 ปี นางสาวณัฐธิดา มอญปาก อายุ 35 ปี นายนิคม พานิชย์ที่แต่งงานมาตั้งรกรากในไต้หวัน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;แม้ศาลจะตัดสินจำคุกมือวางเพลิงชาวเวียดนามตลอดชีวิต แต่สำหรับทายาทผู้ตายแล้ว ไม่มีสิ่งใดจะมาชดเชยกับความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ได้ และคดีนี้ก็น่าจะเป็นอุทธาหรณ์เตือนใจสำหรับแรงงานไทยผู้นิยมไปมั่วสุมตามสถานที่ต่างๆ ที่ไม่สมควรไป &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-1197699832607931062?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/1197699832607931062/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/02/6.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/1197699832607931062'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/1197699832607931062'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/02/6.html' title='ศาลสูงไต้หวันตัดสินจำคุกตลอดชีวิตคนงานเวียดนาม มือวางเพลิงเผาแรงงานไทย 6 ศพ'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-597573607947458132</id><published>2011-02-04T06:37:00.000-08:00</published><updated>2011-02-04T06:47:33.593-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผิดกฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เครื่องสำอางค์'/><title type='text'>จับพ่อค้าใจดำ ปลอมเครื่องสำอางขายแรงงานต่างชาติ จนเสียโฉมไปแล้วหลายคน ตำรวจบุกทะลายจับกุมตัวหัวโจกได้แล้ว</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;แรงงานต่างชาติโดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามระวังใบหน้าจะเสียโฉม หากซื้อครีมทาหน้าที่วางขายตามร้านอาหาร หรือร้านจำหน่ายสินค้าสำหรับแรงงานต่างชาติ เพราะเป็นของปลอมกันเยอะ โดยก่อนหน้านี้ เคยมีแรงงานหญิงอินโดนีเซีย 3 รายทะยอยเข้าร้องเรียนต่อกองสาธารณสุขเถาหยวนว่า ซื้อครีมทาหน้ายี่ห้อ Macalana จากร้านขายของสำหรับแรงงานต่างชาติ แต่หลังจากทาแล้วไม่กี่วัน ใบหน้าก็บวมเป่ง มีอาการคัน ต่อมาเริ่มเน่า จนต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล หลังจากกองสาธารณสุขนำครีมทาหน้ายี่ห้อดังกล่าวไปตรวจสอบส่วนผสม พบปรอทและสารไฮโดรควิโนน ซึ่งเป็นสารมีพิษและอันตรายต่อสุขภาพร่างกายคนปนเปื้อนในปริมาณสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 460 เท่า จึงแจ้งอัยการทราบ หลังดำเนินการตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา อัยการจากสำนักอัยการศาลท้องถิ่นเมืองเถาหยวนนำกำลังตำรวจหลายสิบนาย แบ่งออกเป็นหลายจุด ตรวจค้นร้านอาหารและร้านซูปเปอร์ที่จำหน่ายสินค้าให้แรงงานต่างชาติ แถวๆ ไทเปและเถาหยวน ตรวจพบเครื่องสำอางมีปัญหากว่า 12,000กระปุก ส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำอางยี่ห้อ Macalana ซึ่งโด่งดังมากในหมู่แรงงานต่าง&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ชาติ เพราะมีการบอกกันปากต่อปากว่า ครีมฟอกหน้าให้ขาวยี่ห้อนี้ใช้แล้วได้ผลดีเยี่ยม และหลังจากที่นำเครื่องสำอางที่ยึดได้ดังกล่าวกลับไปตรวจแล้วพบว่า เป็นของปลอม ซึ่งปลอมได้แนบเนียนมาก หากไม่สังเกตอย่างละเอียด จะดูไม่ออกว่าเป็นของปลอม &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;นอกจากของกลางแล้ว ยังตะครุบตัวนาย หยางเต๋อจวิ้น พร้อมพวกอีก 3 คน ที่ตั้งบริษัทผลิตเครื่องสำอางปลอม และนายหลินซานชวน เอเยนต์ที่ทำหน้าที่วางเครื่องสำอางตามร้านอาหาร และร้านซูปเปอร์ที่บริการแรงงานต่างชาติ จากการสอบปากคำ นายหยาง ผู้เป็นหัวโจกให้การรับสารภาพว่า เนื่องจากครีมฟอกหน้ายี่ห้อ Macalana ค่อนข้างจะได้รับความนิยมจากแรงงานต่างชาติ จึงทำปลอมมาขายมั่ง โดยคิดว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นแรงงานต่างชาติเพศหญิง เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจสอดส่องไม่ถึง และที่สำคัญแรงงานต่างชาติหลอกง่ายและไม่กล้าเอาเรื่องกับตน โดยครีมทาหน้าปลอม ผลิตที่จีนแผ่นดินใหญ่ จากนั้นนำเข้ามาจำหน่ายตามร้านอาหารและร้านซูบเปอร์ที่มีแรงงานต่างชาติไปอุดหนุนกันมากๆ ทั่วไต้หวันกว่า 50 ร้าน ในราคากระปุกละ 200-250 เหรียญไต้หวัน โดยเริ่มทำธุรกิจเครื่องสำอางปลอมมาตั้งแต่ปี 2550 ช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ทำกำไรไปแล้วกว่า 30 ล้านเหรียญไต้หวัน ตำรวจได้ตั้งข้อหานายหยางและพวกร่วมกันฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า กฎหมายเภสัชกรรม และหลอกลวงต้มตุน ส่งให้อัยการดำเนินคดีฟ้องศาลต่อไป&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;คนงานต่างชาติ ส่วนใหญ่ความรู้น้อย และที่สำคัญตำรวจไม่ค่อยเพ่งเล็ง จึงมักจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางปลอม สุรา ปลอม บุหรี่ปลอมและน้ำปลาปลอมเป็นต้น ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะของปลอมเหล่านี้ ไม่เพียงทำให้เสียเงิน แล้วยังจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายของเราด้วย&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สำหรับปรอทและสารไฮโดรควิโนน เป็นสารมีพิษต่อร่างกาย ไม่ว่าที่ประเทศไทย ในไต้หวันหรือประเทศใดก็ตาม มีประกาศห้ามใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางทั้งนั้น และเพื่อนผู้ฟังก็อย่างไปหลงเชื่อครีมฟอกหน้าที่อวดอ้างสรรพคุณว่าจะสามารถฟอกหน้าให้ขาวเนียน เพราะส่วนใหญ่จะผสมสารต้องห้ามดังกล่าว หากนำมาทาบนใบหน้า อาจเห็นผลในระยะสั้น แต่ระยะยาวหลังจากทาไปได้ระยะหนึ่ง จะเห็นผลตรงกันข้าม กล่าวคือ สารไฮโดรควิโนนจะทำให้ผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย ในขณะที่สารประกอบของปรอทมีอันตรายร้ายแรงมาก ทำให้ผิวหน้าดำ ผิวบางลงและเมื่อสารปรอทสะสมในร่างกาย ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบได้อีกด้วย &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;กรณีที่สงสัยเกี่ยวกับครีม กลัวว่าจะมีสารต้องห้ามที่เป็นอันตรายต่อผิวหน้าไม่ว่าจะเป็น ปรอทหรือ ไฮโดรควินโนนและสารอันตรายตัวอื่นๆ กองสาธารณสุขแนะนำให้ใช้วิธีตรวจสอบง่ายๆ เพียงเอาคอททอลบัทหรือสำลีก้าน ป้ายครีมที่สงสัยบางๆ ให้ทั่ว แล้วจุ่มลงไปในน้ำผงซักฟอกเข้มข้นสักครู่ แล้วเอามาวางทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที ถ้าครีมเปลี่ยนเป็นสีโกโก้หรือสีน้ำตาลเข้ม ครีมดังกล่าวมีสารที่เป็นอันตรายต่อผิวหน้าแน่นอน อย่าใช้ต่อไปอย่างเด็ดขาดนะครับ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-597573607947458132?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/597573607947458132/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/02/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/597573607947458132'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/597573607947458132'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/02/blog-post.html' title='จับพ่อค้าใจดำ ปลอมเครื่องสำอางขายแรงงานต่างชาติ จนเสียโฉมไปแล้วหลายคน ตำรวจบุกทะลายจับกุมตัวหัวโจกได้แล้ว'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-7035077614779700996</id><published>2011-02-04T06:32:00.000-08:00</published><updated>2011-02-04T06:34:29.804-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงาน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขุนพลแรงงานไทย'/><title type='text'>CLA ผลักดันโครงการส่งเสริมการจ้างงานท้องถิ่นและต่างชาติพร้อมกัน ด้วยการให้เงินอุดหนุนคนงานท้องถิ่นเดือนละ 3-5,000 เหรียญไต้หวัน</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวันเตรียมร่างแผนการทำงานประจำปี โดยในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบายแรงงานต่างชาติ จะผลักดันให้มีการจ้างงานแรงงานท้องถิ่นและต่างชาติพร้อมๆ กัน เช่น จะส่งเสริมให้ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ จ้างผู้อนุบาลท้องถิ่นให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันศูนย์ดูแลผู้ป่วย ส่วนใหญ่จะพึ่งพาแต่แรงงานต่างชาติเท่านั้น แม้กระทรวงมหาดไทยจะผลักดันระบบดูแลผู้ป่วยระยะยาวตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว แต่ประสบปัญหาขาดแคลนผู้อนุบาล เนื่องจากชาวไต้หวันไม่นิยมทำงานประเภทนี้ ทำให้ระบบดังกล่าว ไม่มีผลคืบหน้าเท่าที่ควร จำนวนผู้อนุบาลที่ผ่านการฝึกอบรมทั้งที่ทำงานเต็มเวลาและอาสาสมัครที่ทำงานระยะสั้นมีเพียง 4,000 คนเศษ ไม่สามารถรองรับงานดูแลผู้ป่วยที่มีจำนวนสูงถึง 150,000 คนได้ ทำให้ต้องนำเข้าผู้อนุบาลต่างชาติ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนสูงกว่า 180,000 คนแล้ว ขณะที่คนว่างงานในไต้หวันยังมีจำนวนสูงกว่า 500,000 คน ประกอบกับโครงสร้างประชากรในไต้หวัน นับวันจะมีผู้สูงอายุและผู้&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ป่วยที่ต้องการผู้อนุบาลมาดูแลมากยิ่งขึ้น หากสามารถส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหันมาว่าจ้างแรงงานท้องถิ่นไปพร้อมๆ กับการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ไม่เพียงแต่จะแก้ปัญหาขาดแคลนผู้อนุบาลได้เท่านั้น ยังจะลดอัตราการว่างงานและควบคุมจำนวนผู้อนุบาลต่างชาติ ไม่ให้สูงเกินไปได้ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้อนุบาลต่างชาติมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยในช่วงกลางวันอาจจะให้ผู้อนุบาลท้องถิ่นรับผิดชอบ ส่วนผู้อนุบาลต่างชาติทำงานกะกลางคืน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม CLA จะต้องหามาตรการช่วยเหลือต้นทุนด้านแรงงานของนายจ้าง ซึ่งเกิดจากค่าจ้างของคนงานท้องถิ่นที่สูงกว่าแรงงานต่างชาติ 2-3 เท่าตัว เพื่อเป็นการจูงใจให้นายจ้างยินยอมว่าจ้างแรงงานท้องถิ่นมากขึ้น&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ด้านงานภาคการผลิต โดยเฉพาะโรงงานผลิตที่ถูกจัดอยู่ประเภท 3K ซึ่งมีลักษณะงานที่เป็นงานหนัก สกปรกและอันตราย เช่นโรงงานชุบ หล่อและหลอมโลหะ โรงงานฟอกย้อมและตกแต่งสำเร็จเป็นต้น มักจะประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานท้องถิ่นที่ไม่นิยมทำงานประเภทนี้ ส่งผลให้นายจ้างต้องยื่นขอนำเข้าแต่แรงงานต่างชาติ ในขณะที่นโยบายจำกัดจำนวนแรงงานต่างชาติ นับวันจะเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาอย่างหนัก ดังนั้น CLA จึงมีนโยบายแก้ปัญหาด้วยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการว่าจ้างแรงงานท้องถิ่นพร้อมๆ กับการจ้างงานแรงงานต่างชาติ โดย CLA จะให้เงินเพิ่มแก่ผู้ว่างงานที่เข้าทำงานในโรงงานประเภท 3K เมื่อรวมกับค่าจ้างที่ทางโรงงานจ่าย น่าจะเป็นแรงจุงใจให้คนงานท้องถิ่นเข้าทำงานมากขึ้น ทั้งนี้ CLA กล่าวว่า ในขั้นแรกจะทดลองโครงการตั้งแต่หลังเทศกาลตรุษจีนเป็นต้นไป โดยตั้งเป้าหมายว่าจะให้เงินช่วยเหลือแรงงานที่ว่างงานและได้สมัครเข้าทำงานในสถานประกอบการประเภท 3K จำนวน 500 คน ในอัตราคนละ 3,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน สำหรับการทำงานในเดือนที่ 1 – 3 และตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไปจะได้รับเงินเพิ่มจากรัฐบาล 5,000 เหรียญไต้หวันต่อคนต่อเดือน สูงสุดไม่เกิน 1 ปี หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ผู้ว่างงานที่ยินยอมเข้าทำงานในโรงงานประเภท 3K แต่ละเดือนนอกจากเงินค่าจ้างจากโรงงาน ยังจะได้รับเงินเพิ่มจาก CLA อีก ตั้งแต่ 3,000-5,000 ต่อเดือน รวมตลอดทั้งปี จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 56,000 เหรียญ คาดว่า น่าจะมีส่วนช่วยให้ผู้ว่างงานเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น นอกจากจะแก้ปัญหาการว่างงานได้แล้ว ยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างได้ด้วย&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;นายหลินซันกุ้ย อธิบดีกรมฝึกอาชีพของคณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA แถลงว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการนำร่อง โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะช่วยเหลือผู้ว่างงานเข้าทำงานจำนวน 500 คน และจะทดลองในขั้นแรก 1 ปี เมื่อคนงานทำงานครบ 1 ปีแล้ว ความชำนาญและทักษะการทำงานน่าจะดีขึ้น โอกาสที่จะทำงานต่อไปมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง และหากได้ผลดี ก็จะขยายโครงการให้ใหญ่และครอบคลุมมากขึ้น&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;อย่างไรก็ตาม องค์กรตัวแทนฝ่ายแรงงานกล่าวแสดงความสงสัยว่า เนื่องจากค่าจ้างแรงงานต่างชาติถูกกว่ามาก ทำให้นายจ้างไม่สนใจในโครงการดังกล่าว โดยนายซุนโหยวเหลียน เลขาธิการแนวร่วมแรงงานไต้หวัน(台灣勞工陣線秘書長孫友聯) กล่าวว่า คณะกรรมการการแรงงานคิดแบบง่ายๆ โดยลืมไปแล้วว่า ต้นเหตุที่เปิดให้ผู้ประกอบการนำเข้าแรงงานต่างชาติมาจากอะไร ก็เพราะแรงงานท้องถิ่นไม่ประสงค์จะเข้าทำงานในโรงงานประเภทนี้ ซึ่งนอกจากงานหนัก สกปรกและอันตรายแล้ว ยังมีระบบสวัสดิการและค่าจ้างที่ไม่ดึงดูดใจด้วย ดังนั้นแม้ CLA จะให้เงินอุดหนุนอย่างไร หากผู้ประกอบการไม่ยอมลงทุนปรับปรุงสวัสดิการ สภาพแวดล้อมในที่ทำงานและยกระดับค่าจ้างให้สูงขึ้นแล้ว ความพยายามของ CLA คงจะประสบความสำเร็จได้ยาก&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เพื่อให้นโยบายการนำเข้าแรงงานต่างชาติเป็นไปตามวัตถุประสงค์และมีความเป็นธรรมมากขึ้น โดยให้อุตสาหกรรมที่เป็นงานหนัก สกปรกและมีความเสี่ยง หรือที่เรียกกันว่ากิจการ 3K ซึ่งขาดแคลนคนงานอย่างหนักสามารถว่าจ้างแรงงานต่างชาติได้มากขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมไฮเทคนำเข้าแรงงานต่างชาติได้น้อยลง เป็นการเปิดโอกาสให้ว่าจ้างแรงงานท้องถิ่นมากขึ้น คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวันประกาศปรับโควตาแรงงานต่างชาติฉบับใหม่ เปลี่ยนแปลงสัดส่วนการอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติจากปัจจุบัน 3 ระดับ ได้แก่ 15%, 18% และ 20% เป็น 5 ระดับ ได้แก่ 10%, 15%,20%,25% และ 35% เมื่อนำไปคูณกับจำนวนแรงงานท้องถิ่นที่เป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน ก็คือตัวเลขคนงานต่างชาติที่จะได้รับอนุญาตนำเข้า ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 53 เป็นต้นมา แต่ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นกิจากรประเภทใด ก็ยังร้องโอดครวญว่า ขาดแคลนแรงงาน เพราะในทางปฏิบัติแล้ว การจัดสรรโควตาระบบใหม่ข้างต้น ยังมีเงื่อนไขปลีกย่อยหลายหลายประการ &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-7035077614779700996?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/7035077614779700996/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/02/cla-3-5000.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7035077614779700996'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7035077614779700996'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/02/cla-3-5000.html' title='CLA ผลักดันโครงการส่งเสริมการจ้างงานท้องถิ่นและต่างชาติพร้อมกัน ด้วยการให้เงินอุดหนุนคนงานท้องถิ่นเดือนละ 3-5,000 เหรียญไต้หวัน'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-5905378178373464637</id><published>2011-01-06T00:54:00.000-08:00</published><updated>2011-01-06T00:55:28.092-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระยะเวลาทำงาน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไต้หวัน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>การขยายเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติเป็น 12 ปี ไม่ผ่านสภา ต้องรอลุ้นต่อในการประชุมสมัยหน้า</title><content type='html'>ระยะเวลาทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติที่หลายฝ่ายคาดหวังว่า จะได้รับการขยายจาก 9 ปี ในปัจจุบันออกไปเป็น 12 นั้น ส.ส. หลายคนยังกังขาว่า จะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานท้องถิ่น ขณะเดียวกันจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุระยะยาวของรัฐบาล ทำให้การหารือแก้ไขกฎหมายขยายเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติไม่สามารถตกลงกันได้ จำเป็นต้องไปหารือกันต่อในที่ประชุมสมัยหน้า ซึ่งจะเปิดการประชุมหลังเทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนหน้านี้ นายเฉินฉางเหวิน ทนายความชื่อดัง ขณะเดียวกันเป็นประธานสภากาชาดไต้หวัน ซึ่งมีลูกชายที่ต้องพึ่งพาผู้อนุบาลฟิลิปินส์ที่กำลังจะทำงานครบ 9 ปี ได้ออกมาเรียกร้องขอให้สมาชิกสภานิติบัญญัติ เห็นใจครอบครัวที่มีผู้ป่วยและคนชรา ผ่านกฎหมายขยายเวลาทำงานของผู้อนุบาลให้เป็น 12 ปี เขากล่าวว่า ลูกชายซึ่งพิการทางสมอง ไม่อาจขาดผู้อนุบาลที่ดูแลเขาได้แม้แต่วันเดียว และผู้อนุบาลฟิลิปปินส์ที่ดูแลบุตรชายตลอด 24 ชั่วโมงมาเป็นเวลา 9 ปี มีความสำคัญต่อบุตรมากกว่าผู้เป็นพ่อเสียอีก คำเรียกร้องของประธานสภากาชาดไต้หวันดังกล่าว กลายเป็นข่าวดังและเป็นประเด็นที่สังคมไต้หวันนำมาพูดถึงอย่างมาก บรรดานาย&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;จ้างที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับนายเฉินฉางเหวิน ต่างออกมาขานรับ และเรียกร้องให้ ส.ส. เห็นใจ ซึ่งมี ส.ส.จำนวนมากที่เห็นด้วยว่า ควรจะขยายเวลาการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติให้เป็น 12 ปี เพราะการเปลี่ยนผู้ดูแลคนใหม่ ทำให้เกิดปัญหาทั้งต่อคนป่วยและครอบครัวผู้ป่วยอย่างมาก บ้างก็ว่า ควรขยายเฉพาะผู้อนุบาล ส่วนแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตไม่ควรขยายตามไปด้วย เพราะจะทำให้แรงงานท้องถิ่นสูญเสียโอกาส &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม มี ส.ส. ของพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งก็คือพรรคดีพีพี ได้แก่นางเฉินเจ๋หรู ออกมาคัดค้านว่า การขยายเวลาทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยเมื่อครบ 12 ปีแล้วยังต้องเผชิญปัญหาเดียวกันนี้อีก นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานท้องถิ่นแล้ว ยังจะเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุระยะยาวได้ เพราะเป็นการพึ่งพาแรงงานต่างชาติมากเกินไป สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ เร่งพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ขณะเดียวกัน ส.ส.หญิงสังกัดพรรคดีพีพีผู้นี้ยังกล่าวว่า ลูกชายของตนก็ทุพพลภาพทางสมองและร่างการ ต้องให้คนดูแลตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน แต่ตนไม่เคยว่าจ้างแรงงานต่างชาติมาช่วยดูแล &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนั้น องค์กรด้านแรงงานก็กล่าวคัดค้านว่า การขยายเวลาทำงานออกไปเป็น 12 ปี จะทำให้แรงงานต่างชาติไม่สามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวได้เป็นเวลานาน ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง และรัฐบาลต้องทบทวนนโยบายแรงงานต่างชาติ เนื่องจากปัจจุบันมีการว่าจ้างแรงงานต่างชาติเกินความจำเป็นและพร่ำเพรื่อ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยและและผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติว่าจ้างแรงงานต่างชาติได้มีเพียง 150,000 คน แต่กลับมีการว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติกว่า 180,000 คน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านคณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA และกระทรวงมหาดไทยสนับสนุนให้มีการแก้กฎหมาย อนุญาตให้แรงงานต่างชาติขยายเวลาทำงานออกไปเป็น 12 ปี โดยกล่าวว่า จากการประเมินการขยายเวลาทำงานออกไปเป็น 12 ปี จะไม่ส่งผลกระทบต่อแรงงานท้องถิ่น และตัวเลขแรงงานต่างชาติในไต้หวันจะไม่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังจะไม่มีปัญหาเรื่องการย้ายถิ่น เพราะได้แก้กฎหมายป้องกันการย้ายถิ่นของแรงงานต่างชาติไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่กลับจะช่วยให้สถิติการหลบหนีนายจ้างของแรงงานต่างชาติลดลง และช่วยให้ต้นทุนการฝึกแรงงานต่างชาติคนใหม่ลดลงด้วย ขณะเดียวกันก็ย้ำว่า หากกฎหมายผ่านสภา จะครอบคลุมแรงงานต่างชาติทั้งหมด จะไม่มีการแยกผู้อนุบาลและแรงงานในภาคการผลิตออกเป็น 2 ส่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีเสียงคัดค้าน ทำให้ที่ประชุมแก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 ขยายเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติออกไปจาก 9 ปีเป็น 12 ปี ของคณะกรรมาธิการกิจการภายใน สภานิติบัญญัติ ไม่สามารถผ่านสภาในวาระแรกได้ และการประชุมของสภานิติบัญญัติในสมัยประชุมนี้กำลังสิ้นสุดลง จะต้องรอลุ้นไปอภิปรายกันต่อในสมัยประชุมหน้า ซึ่งจะเริ่มหลังเทศกาลตรุษจีน ต้นเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-5905378178373464637?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/5905378178373464637/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/01/12.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/5905378178373464637'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/5905378178373464637'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/01/12.html' title='การขยายเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติเป็น 12 ปี ไม่ผ่านสภา ต้องรอลุ้นต่อในการประชุมสมัยหน้า'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-1537829587958405504</id><published>2011-01-06T00:52:00.000-08:00</published><updated>2011-01-06T00:56:08.716-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สถิติ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ต่างประเทศ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงาน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กระทรวงแรงงาน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='คนหางาน'/><title type='text'>กระทรวงแรงงานของไทยเผย ไต้หวันยังคงครองแชมป์ประเทศใฝ่ฝันของนักรบแรงงานไทย</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;กระทรวงแรงงาน สรุปข้อมูลคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนพฤศจิกายน 2553พบว่า มีคนหางานมาลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 115,773 คน แยกเป็นชาย 94,277 คน หญิง 21,496 คน ประเทศที่คนหางานได้รับอนุญาต ให้เดินทางไปทำงาน 5 อันดับแรก คือ ไต้หวัน รองลงมา คือ ญี่ปุ่น อิสราเอล ลิเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประมาณการว่าจะมีรายได้ส่งกลับประเทศประมาณ 51,176 ล้านบาท &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยผลสรุปข้อมูลคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศตามที่กรมการจัดหางานเสนอในที่ประชุมกระทรวงแรงงาน ณ เดือนพฤศจิกายน 2553 ว่า มีคนหางานมาลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ไปทำงานต่างประเทศทั้งสิ้น จำนวน 115,773 คน เป็นผู้มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษามากที่สุด จำนวน 52,210 คน ประเทศที่ผู้ลงทะเบียนนิยมไปทำงานมากที่สุด &lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;คือ ไต้หวัน รองลงมา คือ สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น อิสราเอล และลิเบีย ส่วนสาขาอาชีพที่ต้องการไปทำงานมากที่สุด คือ ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานประเภทควบคุมเครื่องจักรและประกอบชิ้นส่วน รองลงมา คือ ผู้ปฏิบัติงานทักษะฝีมือ อาทิ ช่างเชื่อม ช่างไม้ (ก่อสร้าง) ช่างปูน ช่างเหล็ก และช่างทั่วไป โดยมีคนหางานได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศทั้งสิ้น 74,205 คน แยกเป็นชาย 62,716 คน หญิง 11,489 คน ประเทศที่คนหางานได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไปทำงาน 5 อันดับแรก คือ ไต้หวัน รองลงมา คือ ญี่ปุ่น อิสราเอล ลิเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตำแหน่งงานที่คนหางานได้รับอนุญาตให้ไปทำงานมากที่สุด คือ ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานประเภทควบคุมเครื่องจักรและประกอบชิ้นส่วน รองลงมา คือ ผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ทักษะฝีมือในธุรกิจต่าง ๆ ตำแหน่งงานที่ไปทำส่วนใหญ่ คือ ตำแหน่งคนงานไร้ฝีมือ ร้อยละ 64.45 และตำแหน่งช่างฝีมือ ร้อยละ 35.55 คาดมีประมาณการรายได้ส่งกลับผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคม –เดือนพฤศจิกายน 2553จำนวนประมาณ 51,176 ล้านบาท &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;นอกจากนั้น กระทรวงแรงงาน ยังสรุปผลข้อมูลคนหางานร้องทุกข์กรณีเดินทางไปทำงานต่างประเทศพบว่ามีสถิติลดลง โดยในปีงบประมาณ 2554 ตั้งแต่เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2553 คนหางานร้องทุกข์กับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน มีจำนวน 376 คน ลดลงจากในช่วงเดียวกับปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 จำนวน 128 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 25.40 คนหางานได้รับการช่วยเหลือ จำนวน 374 คน ลดลงจากช่วงเดือนเดียวกันของปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 จำนวน 92 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 19.74 &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-1537829587958405504?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/1537829587958405504/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/01/blog-post_06.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/1537829587958405504'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/1537829587958405504'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/01/blog-post_06.html' title='กระทรวงแรงงานของไทยเผย ไต้หวันยังคงครองแชมป์ประเทศใฝ่ฝันของนักรบแรงงานไทย'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-1687715589696655493</id><published>2011-01-06T00:49:00.000-08:00</published><updated>2011-01-06T01:15:51.529-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภาพยนตร์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สารคดี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานไทย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>เมืองจางฮั่วทุ่มงบถ่ายทำภาพยนตร์สารคดี บันทึกการทำงานของแรงงานต่างชาติ พร้อมเรียกร้องชาวไต้หวันเป็นมิตรกับแรงงานต่างชาติ</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เพื่อให้ชาวเมืองจางฮั่วได้รู้จัก เข้าใจและปฏิบัติต่อแรงงานต่างชาติอย่างเป็นมิตร รัฐบาลเมืองจางฮั่วได้จัดสรรงบประมาณถ่ายทำภาพยนตร์สารคดี บันทึกชีวิตจริงของการทำงานและความสัมพันธ์กับนายจ้างของแรงงานไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนามชาติละ 1คน ความยาว 42 นาทีและนำออกฉายรอบปฐมทัศน์ ณ อาคารที่ทำการรัฐบาลเมืองจางฮั่ว เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. และนำออกแพร่ภาพทางทีวีเมื่อวันที่ 25 และ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;﻿&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;table align="center" cellpadding="0" cellspacing="0" class="tr-caption-container" style="margin-left: auto; margin-right: auto; text-align: center;"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TSWBWsDaRMI/AAAAAAAAAsg/dlvpdGuczHM/s1600/20110101_khunpol_01+copy.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: auto; margin-right: auto;"&gt;&lt;img border="0" height="212" n4="true" src="http://1.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TSWBWsDaRMI/AAAAAAAAAsg/dlvpdGuczHM/s320/20110101_khunpol_01+copy.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="tr-caption" style="text-align: center;"&gt;ภาพถ่ายในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์สารคดี&lt;br /&gt;บันทึกการทำงานของแรงงานต่างชาติ &lt;br /&gt;แถวหลังคนกลาง(คนสูง)ได้แก่นายหยางจ้ง รองผู้ว่าการเมืองจางฮั่ว &lt;br /&gt;ส่วนนายเรืองศักดิ์ยืนอยู่แถวหลังคนขวาสุด&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;﻿ในพิธีเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ นายหยางจ้ง รองผู้ว่าการเมืองจางฮั่วกล่าวว่า ภาคการผลิตมีความสำคัญต่อเมืองจางฮั่วอย่างยิ่ง และการพัฒนาภาคการผลิตให้เจริญรุ่งเรือง นอกจากแรงงานท้องถิ่นแล้ว ยังต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติ โดยปัจจุบัน มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในเมืองจางฮั่วจำนวน 25,865 คน แบ่งเป็นคนงานในภาคการผลิต 17,792 คนและผู้อนุบาล 8,073 คน พวกเขากระจายทำงานอยู่ตามโรงงานและครอบครัว ช่วยเหลือกิจการของผู้ประกอบการและดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุในเมืองจางฮั่ว ในฐานะที่เป็นเมืองแห่งความโอบอ้อมอารีย์ และเป็นเมืองแห่งความสุข ทีมงานรัฐบาล&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;เมืองจางฮั่วจึงจัดทำภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับความเป็นอยู่ การทำงานและความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและนายจ้างของแรงงานต่างชาติ ให้ชาวเมืองจางฮั่วได้รู้จักและเข้าใจว่า แรงงานต่างชาติได้มาช่วยชดเชยภาวะขาดแคลนแรงงาน และช่วยแบ่งเบาภาระในการดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุในครอบครัว เพื่อให้ชาวเมืองจางฮั่วถือปฏิบัติอย่างเป็นมิตรกับพวกเขา เป็นการหลอมรวมต่างวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ทางด้านสิทธิมนุษยชนสากลของไต้หวัน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;สำหรับแรงงานไทยที่ได้รับการถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ ได้แก่นายเรืองศักดิ์ ฮ่มป่า อายุ 36 ปี มาจากอ.วานิชภูมิ จ.สกลนคร มีลูกสาว 2 คน ก่อนเดินทางมาทำงานกับบริษัท EA HWA Enterprise Industrial ตั้งอยู่ที่เมืองเซินกั่ง เขตจางฮั่วเป็นรอบที่สอง นายเรืองศักดิ์เคยทำงานอยู่ในสวนยางพารามาก่อนเป็นเวลาร่วม 20 ปี จนวันหนึ่งคุณแม่ได้มาบอกกับเขาว่า ไปทำงานที่ไต้หวันเพื่อเก็บเงินมาซื้อสวนปลูกยางพาราเพิ่มดีกว่า จึงเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตามคำเสนอของแม่ ซึ่งก็โชคดีที่มาเจอโรงงานที่ดูแลเอาใจใส่คนงานต่างชาติ ที่สำคัญคือตัวนายเรืองศักดิ์ มีความกระตือรือร้น ชอบเรียนรู้และไม่เกี่ยงงาน นายจ้างสั่งให้ทำงานอะไร นายเรืองศักดิ์จะทำให้ดีที่สุดและก่อนตามกำหนด สร้างความไว้วางใจแก่นายจ้าง ผู้จัดการฝ่ายบุคคล EA HWA Enterprise Industrial กล่าวว่า นายเรืองศักดิ์ ทำงานขยัน อัธยาศัยดี ให้ความร่วมมือและเรียนรู้งาน เรียนรู้ภาษาจีนได้อย่างรวดเร็ว จนมีความเชี่ยวชาญและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขใดๆ เงินค่าจ้างจากการทำงานนอกจากส่งกลับบ้านไปเป็นค่าใช้จ่ายของครอบครัวแล้ว ที่เหลือเก็บสะสมไว้ซื้อสวนปลูกยางพาราเพิ่มเติม ซึ่งตอนนี้ ได้ไว้มากกว่า 6,000 ต้นแล้ว นายเรืองศักดิ์ใฝ่ฝันว่า เมื่อทำงานครบสัญญา จะได้กลับไปเป็นเจ้าของสวนยางพาราผืนใหญ่ให้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://rti-thai.blogspot.com/2011/01/blog-post_06.html"&gt;คลิกชมสารคดีบันทึกการทำงานของแรงงานต่างชาติเมืองจังฮั่ว ฉบับย่อ ที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-1687715589696655493?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/1687715589696655493/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/01/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/1687715589696655493'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/1687715589696655493'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2011/01/blog-post.html' title='เมืองจางฮั่วทุ่มงบถ่ายทำภาพยนตร์สารคดี บันทึกการทำงานของแรงงานต่างชาติ พร้อมเรียกร้องชาวไต้หวันเป็นมิตรกับแรงงานต่างชาติ'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TSWBWsDaRMI/AAAAAAAAAsg/dlvpdGuczHM/s72-c/20110101_khunpol_01+copy.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-7660632430793631558</id><published>2010-12-08T21:55:00.000-08:00</published><updated>2010-12-08T22:01:20.974-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงาน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ป้องกัน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การค้ามนุษย์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประกวด'/><title type='text'>อรัญ โมดีคนงานไทยผู้ต้องขังคว้ารางวัลเรียงความรณรงค์ป้องกันการค้ามนุษย์ จัดโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฯและอาร์ทีไอ</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TQBruPDyelI/AAAAAAAAAnE/pj3LaPLrQj4/s1600/20101205-03.jpg" imageanchor="1" style="clear: right; cssfloat: right; float: right; margin-bottom: 1em; margin-left: 1em;"&gt;&lt;img border="0" height="212" n4="true" src="http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TQBruPDyelI/AAAAAAAAAnE/pj3LaPLrQj4/s320/20101205-03.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;วันที่ 18 ธ.ค. ของทุกปี เป็นวันผู้ย้ายถิ่นสากล ในไต้หวันซึ่งมีผู้ย้ายถิ่นประกอบด้วยแรงงานต่างชาติและคู่สมรสชาวต่างชาติกว่า 900,000 คน ได้มีการจัดงานฉลองล่วงหน้าเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ลานกว้างอนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค หน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป มีคู่สมรส แรงงานต่างชาติและชาวไต้หวันไปร่วมงานกว่า 3,000 คน โดยในงานมีหน่วยงานอย่างสมาคม ชมรมและมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับผู้ย้ายถิ่นข้ามชาติไปร่วมออกบูธกว่า 100 หน่วยงาน ซึ่งนอกจากมีการแสดงการเล่น มีอาหารของชาติต่างๆ &lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;และข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แล้ว ในงานยังมีการประกวดร้องเพลงรอบสุดท้ายของผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ ซึ่งมีผู้สมัครกว่า 1,250 คน ปรากฎว่านักศึกษาจากมาเลเซียและคู่สมรสจากจีนแผ่นดินใหญ่คว้ารางวัล 1,2,3ไปครอง &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&amp;nbsp;﻿ &lt;/div&gt;&lt;table align="center" cellpadding="0" cellspacing="0" class="tr-caption-container" style="margin-left: auto; margin-right: auto; text-align: center;"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td style="text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TQBr5yAYwTI/AAAAAAAAAnI/UKKB2rcGI60/s1600/20101205-08.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: auto; margin-right: auto;"&gt;&lt;img border="0" height="212" n4="true" src="http://4.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TQBr5yAYwTI/AAAAAAAAAnI/UKKB2rcGI60/s320/20101205-08.jpg" width="320" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="tr-caption" style="text-align: center;"&gt;ผอ.อริยา ลิ้มสุวัฒน์ (ซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานไทย&lt;br /&gt;รับมอบเกียรติบัตรและเงินรางวัลจากนายจางฉี (ขวา)&lt;br /&gt;รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แทนนายอรัญ โมดี&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;﻿ในช่วงบ่าย ยังมีการมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดเรียงความเพื่อรณรงค์ป้องกันการค้ามนุษย์ ซึ่งจัดโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกิจการชาวต่างชาติร่วมกับสถานีวิทยุอาร์ทีไอ โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มภาษาไทย อินโดนีเซียและเวียดนาม สำหรับในกลุ่มภาษาไทยนั้น มีเพื่อนผู้ฟังชาวไทยในไต้หวันส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 160 ชิ้น หลังผ่านการคัดเลือกจากกรรมการถึง 3 ชุดแล้ว ปรากฎว่า รางวัลชนะเลิศเป็นของนายอรัญ โมดี แรงงานไทยที่ปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำไทเป ที่เมืองกุยซัน เขตเถาหยวน ในหัวข้อน้ำพึงเรือ เสือพึงป่า ได้รับเงินรางวัล 10,000 เหรียญและเกียรติบัตร 1 ใบ เนื่องจากนายอรัญเป็นผู้ต้องขัง ไม่สามารถไปรับรางวัลด้วยตนเองได้ ดังนั้น ทางหัวหน้าอริยา ลิ้มสุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานไทยในกรุงไทเปขึ้นรับมอบรางวัลจาก นายจางฉี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแทนนายอรัญ จากนั้น จะหาโอกาสเดินทางไปเรือนจำกลางไทเป เพื่อนำเงินรางวัลและเกียรติบัตรไปมอบให้นายอรัญต่อไป &lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ส่วนรางวัลผลงานดีเด่น มีสองรางวัล ได้แก่นางศศิชา เยิน หญิงไทยที่ย้ายมาตั้งรกรากกับสามีชาวไต้หวันและยึดอาชีพเป็นล่ามแปลภาษา ช่วยเหลือแรงงานไทยอยู่ที่เมืองซันฉง ในหัวข้อโปรดให้ความสำคัญต่อเกียรติและสวัสดิการของแรงงานต่างชาติ นางสุธิตา สายสุข แรงงานไทยที่มาทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในกรุงไทเปกับผลงานเรียงความเรื่องแต่งงานปลอม ได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งทั้งสองได้รับเงินรางวัลคนละ 5,000 เหรียญไต้หวันพร้อมเกียรติบัตร&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ในผลงานเรื่องน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า นายอรัญเล่าถึงชะตาชีวิตของคนงานหนีนายจ้าง หรือที่เรียกกันว่าคนงานต่างชาติผิดกฎหมาย ซึ่งต้องทนทุกข์กับการกดขี่ของนายจ้าง ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สกปรก อันตรายและไม่มีหลักประกัน แล้วยังต้องคอยหลบซ่อนหนีตำรวจ นายอรัญเล่าว่า เคยไปหาเพื่อนที่หลบหนีเป็นคนงานผิดกฎหมาย และเพื่อนก็ชวนให้หลบหนีไปด้วยกัน แต่เจ้าตัวปฏิเสธ เพราะเคยไปเห็นสภาพที่อยู่ที่ทำงานของเพื่อนเหล่านี้มาแล้ว รับไม่ได้จริงๆ ดังนั้น จึงเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด ด้วยการจับนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมาย หากไม่มีที่ไป คนงานหลบหนีก็จะลดน้อยลง ขณะเดียวกันก็ได้เรียกร้องแรงงานไทยอย่าหลบหนี เพราะมีปัญหามากกว่าที่คิด &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เมื่อเดือนสิงหาคมปีนี้ สื่อมวลชนในไต้หวันให้ความสนใจรายงานข่าวที่นายอรัญ โมดีได้รับรางวัลเรียงความดีเด่นจากการเข้าร่วมประกวดกวีนิพนธ์ที่จัดขึ้นโดยกองแรงงาน เทศบาลกรุงไทเป เนื่องจากเจ้าของผลงานเป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางไทเป ซึ่งหลงมัวเมากับอบายมุก ลืมเป้าหมายในการเดินทางมาทำงานในต่างแดน ในที่สุดกลายเป็นผู้ต้องขังคดีฆ่าคน ถูกตัดสินจำคุก 11 ปี โดยนายอรัญเรียกร้องให้แรงงานไทยอย่าเดินซ้ำรอยของตน เนื่องจากเขียนได้ใจความ เข้าใจง่ายและใช้คำพูดได้อย่าเหมาะสม แสดงออกถึงความสำนึกในสิ่งที่ตนได้กระทำลงไป เข้าตากรรมการตัดสินได้รับเลือกเป็นผลงานดีเด่นประเภทร้อยแก้ว และนายอรัญจัดเป็นผู้ต้องขังชาวต่างชาติรายแรกที่ได้รับรางวัลจากกิจกรรมที่ทางการไต้หวันจัดขึ้น ดังนั้นสื่อมวลชนอย่างเหลียนเหอเป้า หรือยูไนเต็ดเดลินิวส์ หนังสือพิมพ์ยักษ์ในวงการสื่อของไต้หวัน ฉบับวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงลงข่าวการได้รับรางวัลของผู้ต้องขังชาวไทยรายนี้อย่างครึกโครม&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;นายอรัญ โมดี อายุ 27 ปี ภูมิลำเนาอยู่ตำบลวัดตายม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เดินทางมาทำงานเป็นพนักงานชุบโลหะของบริษัท Tongchuan Enterprise ที่เมืองหยางเหมย เขตเถาหยวน แต่เกิดการฆ่าเพื่อนคนงานไทยในโรงงานเดียวกันเสียชีวิตเมื่อปลายปี 2550 ถูกศาลท้องถิ่นเมืองเถาหยวนพิพากษาจำคุก 11 ปี ข้อหาฆ่าคนตาย ซึ่งมีกำหนดจะพ้นโทษในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;บทความเกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.blogger.com/goog_223713143"&gt;การประกวดร้อยกรองและร้อยแก้วสำหรับแรงงานต่างชาติ ประจำปี 2010 &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://thai.rti.org.tw/thai/special/scoop/2010/2010.08.29_taipei_listen_to_me_again.htm"&gt;"Taipei, Listen To Me Again !"&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010_08_01_archive.html"&gt;คนงานไทยผู้ต้องขังคดีฆ่าคน ส่งผลงานเล่าชีวิตเสเพลของตนเข้าประกวด คว้ารางวัลผลงานยอดเยี่ยม &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://thai.rti.org.tw/thai/special/scoop/2010/20101205_international_migrants_day.htm"&gt;ภาพบรรยากาศงานวันผู้ย้ายถิ่นฐานสากลในไต้หวัน&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-7660632430793631558?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/7660632430793631558/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/12/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7660632430793631558'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7660632430793631558'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/12/blog-post.html' title='อรัญ โมดีคนงานไทยผู้ต้องขังคว้ารางวัลเรียงความรณรงค์ป้องกันการค้ามนุษย์ จัดโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฯและอาร์ทีไอ'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TQBruPDyelI/AAAAAAAAAnE/pj3LaPLrQj4/s72-c/20101205-03.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-5971742477968837354</id><published>2010-10-11T00:30:00.000-07:00</published><updated>2010-10-11T00:31:17.487-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ค่าแรงขั้นต่ำ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไต้หวัน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>ประธาน CLA ลั่น จะใช้ตำแหน่งเป็นเดิมพัน ไม่ยอมให้แรงงานต่างชาติแยกออกจากค่าจ้างขั้นต่ำอย่างเด็ดขาด</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;กรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมีมติให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 3.47% หรือปรับขึ้น 600 เหรียญ จากปัจจุบัน 17,280 เหรียญเป็น 17,880 เหรียญไต้หวัน หลังผ่านการอนุมัติจากสภาบริหารแล้ว จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ปี 2553 เป็นต้นไป และประธานสหพันธ์ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไต้หวัน ซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายนายจ้างกล่าวในที่ประชุมว่า ทางสหพันธ์เห็นว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดได้แก่ แรงงานต่างชาติ ดังนั้นจึงควรแยกแรงงานต่างชาติออกจากกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ ปล่อยให้กลไกตลาดเป็นผู้กำหนดค่าจ้างเอง ทางสหพันธ์จะมีการผลักดันในเรื่องนี้ต่อไป จนกว่าจะสำเร็จนั้น&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เกี่ยวกับเรื่องนี้ นางหวางหรูเสวียน ประธาน คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวันกล่าวว่า ค่าจ้างขั้นต่ำและแรงงานต่างชาติจะแยกออกจากกันไม่ได้ ทั้งนี้เพราะเกี่ยวพันธ์กับประเด็นต่างๆ หลายเรื่อง เช่นสิทธิมนุษย์ชนสากลและจะส่งผลกระทบทางด้านลบต่อโอกาสทำงานและการปรับขึ้นค่าจ้างของแรงงานท้องถิ่นเป็นต้น ดังนั้นจะไม่ยอมให้มีการแยกออก&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;จากกันอย่างเด็ดขาด หากทำไม่ได้ก็จะแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ประธาน CLA กล่าวว่า การแยกค่าจ้างขั้นต่ำและแรงงานต่างชาติออกจากกัน ไม่เพียงแต่จะทำให้นานาชาติโจมตีไต้หวันว่า ไม่ให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติเท่านั้น ยังจะส่งผลให้นายจ้างหันไปว่าจ้างแรงงานต่างชาติมากขึ้น และกดค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นไม่ให้เพิ่มขึ้น&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ด้านองค์กรเอ็นจิโอก็พากันไปชุมนุมหน้าสภานิติบัญญัติแสดงจุดยืนคัดค้านการแยกค่าจ้างขั้นต่ำออกจากแรงงานต่างชาติว่านายจ้างเอะอะก็เรียกร้องให้แยกค่าจ้างขั้นต่ำออกจากแรงงานต่างชาติ แต่ในสภาพความเป็นจริง นายจ้างได้แยกค่าจ้างขั้นต่ำออกจากแรงงานต่างชาตินานแล้ว ดูได้จากการเดินทางมาทำงานของแรงงานต่างชาติ นอกจากต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานให้กับบริษัทจัดหางานในอัตราสูงแล้ว แต่ละเดือนยังถูกนายจ้างหักค่าอาหารที่พัก และค่าบริการรายเดือน ทำให้ค่าจ้างที่ได้รับในปีแรก เหลือประมาณ 4,000-5,000 เหรียญไต้หวันเท่านั้น และเมื่อค่าจ้างแรงงานต่างชาติอยู่ในระดับต่ำ ก็จะฉุดให้ค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นต่ำไปด้วย องค์กรเอ็นจิโอเสนอว่า นอกจากจะแยกค่าจ้างขั้นต่ำและแรงงานต่างชาติออกจากกันไม่ได้แล้ว CLA ยังควรทยอยยกเลิกค่าอาหารและที่พักที่นายจ้างเรียกรับจากแรงงานต่างชาติด้วย เพื่อให้ค่าจ้างแรงงานต่างชาติและแรงงานท้องถิ่นมีความใกล้เคียงกันมากขึ้น นายจ้างจะได้หันมาว่าจ้างคนงานท้องถิ่นเพิ่มขึ้น&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ด้านเลขาธิการสหพันธ์แรงงานก็กล่าวด้วยว่า การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเสมอภาค เป็นหลักเกณฑ์สากล ปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่ใช้ระบบค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งครอบคลุมไปถึงแรงงานต่างชาติด้วย หากแยกออกจากกัน ค่าจ้างของแรงงานต่างชาติจะถูกกดให้ต่ำลง พลอยส่งผลไปถึงค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นถูกฉุดต่ำลงตามไปด้วย และหากค่าจ้างต่ำ ประเทศผู้ส่งออกแรงงานอาจพิจารณาระงับการส่งออกแรงงานมายังไต้หวัน เมื่อถึงเวลานั้น แม้นายจ้างจะต้องการ แต่ก็คงไม่สามารถว่าจ้างคนงานต่างชาติได้อีกแล้ว &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-5971742477968837354?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/5971742477968837354/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/10/cla_11.html#comment-form' title='7 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/5971742477968837354'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/5971742477968837354'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/10/cla_11.html' title='ประธาน CLA ลั่น จะใช้ตำแหน่งเป็นเดิมพัน ไม่ยอมให้แรงงานต่างชาติแยกออกจากค่าจ้างขั้นต่ำอย่างเด็ดขาด'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-9009356622647433160</id><published>2010-10-04T18:18:00.000-07:00</published><updated>2010-10-04T18:18:46.068-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขาดแคลน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงาน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><title type='text'>CLA ย้ำ จะไม่เปิดให้นำเข้าแรงงานจีนแผ่นดินใหญ่อย่างเด็ดขาด</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ในโอกาสที่เดินทางไปร่วมการประชุมรัฐมนตรีแรงงานของกลุ่มประเทศสมาชิกเอเปกครั้งที่ 5 ที่จีนแผ่นดินใหญ่ นางหวางหรูเสวียน(王如玄) ประธานคณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวันกล่าวว่า ไต้หวันไม่มีนโยบายเปิดให้นำเข้าแรงงานจากจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ว่าจะแรงงานไร้ฝีมือหรือแรงงานที่มีทักษะ &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เนื่องจากไต้หวันได้ลงนามกรอบความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับจีนแผ่นดินใหญ่หรือที่เรียกเป็นตัวย่อภาษาอังกฤษว่า ECFAซึ่งจะลดภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกันจะเปิดให้นักลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่มาลงทุนที่ไต้หวันมากขึ้น ประกอบกับมีนักการเมืองปลุกปั่นชักนำ ทำให้ชาวไต้หวันบางส่วนเกรงว่า คนงานจีนแผ่นดินใหญ่จะมาแย่งงานของพวกตน ทั้งที่รัฐบาลเคยออกโรงรับประกันแล้วหลายครั้งก็ตาม&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ประธาน CLA ผู้นี้กล่าวย้ำว่า ไต้หวันจะไม่อนุญาตให้แรงงานจากจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ทั้งแรงงานทั่วไปหรือแรงงานระดับล่าง และแรงงานที่มีทักษะ หรือแรงงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่นวิศวกร แพทย์ ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความและแรงงานระดับผู้บริหารเป็นต้น &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ประธาน CLA กล่าวอีกว่า ปัจจุบันจีนแผ่นดินใหญ่เองก็ประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร ที่มีทักษะระดับสูงจำนวนมาก&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-9009356622647433160?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/9009356622647433160/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/10/cla.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/9009356622647433160'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/9009356622647433160'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/10/cla.html' title='CLA ย้ำ จะไม่เปิดให้นำเข้าแรงงานจีนแผ่นดินใหญ่อย่างเด็ดขาด'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-7214052691583391830</id><published>2010-10-01T19:41:00.000-07:00</published><updated>2010-10-01T19:42:22.751-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประกวด'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานไทย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภาพถ่าย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รางวัล'/><title type='text'>2 แรงงานไทยสร้างชื่อได้รับรางวัลแรงงานต่างชาติดีเด่นของกองแรงงานอำเภอไทเปประจำปี 2553</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เพื่อให้แรงงานต่างชาติได้ผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน มีโอกาสแสดงความสามารถส่วนบุคคล แต่ละปีกองแรงงานท้องที่ต่างๆ ทั่วเกาะไต้หวันมีการจัดกิจกรรมสำหรับแรงงานต่างชาติมากมายและหลากหลายรูปแบบ แต่กองแรงงาน อำเภอไทเป หรือไทเปเซี่ยน จัดได้ว่า เป็นหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นที่มีการจัดกิจกรรมสันทนาการสำหรับแรงงานต่างชาติมากและมีความหลากหลายที่สุด นับตั้งแต่จัดประกวดร้องเพลง จัดงานฉลองเทศกาลไหว้พระจัน พาแรงงานต่างชาติไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ และปีนี้ยังเป็นปีแรกที่จัดประกวดแรงงานต่างชาติดีเด่น ประกวดเรียงความและประกวดภาพถ่าย โดยเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา มีการทำพิธีมอบรางวัลแรงงานต่างชาติดีเด่น ผู้ชนะการประกวดภาพถ่าย และเรียงความ ปรากฏว่า มีคนงานไทยที่ทำงานอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอ&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ไทเปได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่น 2 คน จากทั้งหมด 10 คน ได้แก่นายฤทธิรงค์ ต๊ะนางอย อายุ 36 ปี มาจากจังหวัดลำปาง ทำงานอยู่ที่บริษัท Sega Valve Enterprise Co., Ltd (信佳凡而有限公司) ที่เมืองปาหลี่ เขตไทเปเซี่ยน อีกคนหนึ่งชื่อนายสิวัช กระแสสม อายุ 37 ปี เป็นลูกจ้างบริษัท Liang Meng Plastic Company ที่เมืองซู่หลิน เขตพื้นที่อำเภอไทเปเซี่ยน ขณะที่คนงานอินโดนีเซียได้รับเลือกจำนวน 4 คน ฟิลิปปินส์ 3 คนและเวียดนาม 1 คน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;นายเกาเป่าหัว ผู้อำนวยการกองแรงงานไทเปเซี่ยนกล่าวเปิดพิธีมอบรางวัล ซึ่งงจัดขึ้นที่ห้องใต้ดิน สถานีรถไฟเมืองป่านเฉียวว่า เขตพื้นที่อำเภอไทเปมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่มากเป็นอันดับสองของไต้หวัน รองจากเถาหยวน คนงานต่างชาติที่ขยันทำงาน มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สร้างความประทับใจให้แก่นายจ้างเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันก็เป็นผู้มีคุณูปการต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของอำเภอไทเปเป็นอย่างมาก ด้านสำนักงานแรงงานไทย โดยรองผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานไทยในกรุงไทเป ได้ไปร่วมงานแสดงความยินดีคนงานไทย พร้อมกับมอบเงินให้เป็นกำลังใจด้วย&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;นอกจากแรงงานต่างชาติดีเด่นแล้ว ยังมีการมอบรางวัลให้แก่คนงานต่างชาติที่ชนะการประกวดเรียงความ ซึ่งคนงานไทยเนื่องจากส่งผลงานเข้าประกวดน้อย ไม่มีผู้ได้รับรางวัล แต่การประกวดภาพถ่ายนั้น คนงานไทยได้รับรางวัล 3 คน ได้แก่นายสถิต นะราช จากบริษัท Taiwan Yuasa Battery Co., Ltd ที่เมืองซินจวงได้รับรางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยมอันดับ 3 นายสรยุทธ์ แซ่ย่างและนายลาภนิรันดร์ แช่มขุนทด จากบริษัท Unitech Printed Circuit Board Corp. เมืองถู่เฉิงได้รับรางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยม ส่วนรางวัลอันดับ 1 และ 2 ถูกคนงานเวียดนามคว้าไปครองทั้งสองรางวัล &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-7214052691583391830?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/7214052691583391830/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/10/2-2553.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7214052691583391830'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7214052691583391830'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/10/2-2553.html' title='2 แรงงานไทยสร้างชื่อได้รับรางวัลแรงงานต่างชาติดีเด่นของกองแรงงานอำเภอไทเปประจำปี 2553'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-9199849187702647609</id><published>2010-09-30T23:45:00.000-07:00</published><updated>2010-09-30T23:50:54.244-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถล่ม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผิดกฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อุบัติเหตุ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>ทางต่างระดับถล่ม ทับคนงานผิดกฎหมายอินโดนีเซียตาย 6 ชาวไต้หวัน 1 และบาดเจ็บอีก 3</title><content type='html'>&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TKWDLshaB6I/AAAAAAAAAf0/wmNHYdGcB4U/s1600/20100930000059S.jpg" imageanchor="1" style="clear: right; cssfloat: right; float: right; margin-bottom: 1em; margin-left: 1em;"&gt;&lt;img border="0" px="true" src="http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TKWDLshaB6I/AAAAAAAAAf0/wmNHYdGcB4U/s1600/20100930000059S.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เมื่อบ่าย 13.28 น. วันที่ 30 ก.ย. 53 เกิดอุบัติเหตุทางแยกต่างระดับเป่ยซานของทางด่วนสายที่ 6 ช่วง ต.กั๋วซิ่ง อำภอหนานโถว (南投縣國姓鄉國道六號北山交流道) ขณะกำลังเทปูนพื้นสะพานที่อยู่สูงจากพื้น 55 เมตร เนื่องจากฐานรากไม่มั่นคง ประกอบกับกำลังอยู่ระหว่างเทปูน เกิดการสั่นคลอน ทำให้นั่งร้านที่รองรับ&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;ตัวสะพานเอียง พื้นสะพานยาว 80 เมตรพร้อมกับนั่งร้านถล่มลงมา ทับคนงานที่อยู่บริเวณก่อสร้างเสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บสาหัส 3 คน จัดเป็นอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์การก่อสร้างทางด่วนของไต้หวัน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ในจำนวนผู้เคราะห์ร้ายที่เสียชีวิตทั้ง 7 คน ถูกพื้นสะพานคอนกรีตยาว 80 เมตร หนักกว่า 2,000 ตันถล่มทับจมลงไปในโคลน หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากกองทับบกและหน่วยกู้ภัยเมืองหนันโถวกว่า 200 นาย ใช้เวลากู้ภัยนานกว่า 6 ชั่วโมง สามารถกู้ร่างผู้เคราะห์ร้ายออกมากได้ ปรากฏว่าเป็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายชาวอินโดนีเซีย 6 คน อีก 1 คนเป็นหัวหน้างานชาวไต้หวัน ส่วนผู้บาดเจ็บ 3 คนเป็นชาวไต้หวัน 2 คนและชาวเวียดนาม 1 คน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TKWDWYw5b-I/AAAAAAAAAf4/jYtEUqSOGS0/s1600/20100930000060S.jpg" imageanchor="1" style="margin-left: 1em; margin-right: 1em;"&gt;&lt;img border="0" px="true" src="http://4.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TKWDWYw5b-I/AAAAAAAAAf4/jYtEUqSOGS0/s1600/20100930000060S.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;นางหวางหรูเสวียน(王如玄) ประธานคณะกรรมการการแรงงาน(CLA)ของไต้หวัน ซึ่งเดินทางไปตรวจสถานการณ์ในที่เกิดเหตุกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทางต่างระดับที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ อยู่ในบัญชีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐที่ห้ามนำเข้าแรงงานต่างชาติ ดังนั้นแรงงานต่างชาติอินโดนีเซียที่เสียชีวิตทั้ง 6 คน จึงเป็นการจ้างงานอย่างผิดกฎหมาย ผู้รับเหมาจะถูกดำเนินคดีในสถานหนัก&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ด้านบริษัทผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างดังกล่าว ได้แก่ Kuo Teng Construction Co., Ltd (國登營造股份有限公司)โยนความรับผิดชอบไปให้ผู้ตายชาวไต้หวันว่า นายจวงหย่งเหอ หัวหน้างานชาวไต้หวันที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นผู้นำคนงานอินโดนีเซียทั้ง 6 คนมาทำงานที่ไซต์งาน ทางบริษัทไม่เคยว่าจ้างและไม่รู้จักคนงานกลุ่มนี้มาก่อน แต่นายกัวฟางยู่(郭芳煜) รองประธาน CLA กล่าวว่า ผู้รับเหมาจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ สำหรับผู้ประกอบการที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างเข้าทำงาน ซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน จะถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 150,000 – 750,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ยังจะถูกจำกัดสิทธิ์การว่าจ้างแรงงานต่างชาติเป็นเวลา 2 ปี&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-9199849187702647609?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/9199849187702647609/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/09/6-1-3.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/9199849187702647609'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/9199849187702647609'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/09/6-1-3.html' title='ทางต่างระดับถล่ม ทับคนงานผิดกฎหมายอินโดนีเซียตาย 6 ชาวไต้หวัน 1 และบาดเจ็บอีก 3'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/TKWDLshaB6I/AAAAAAAAAf0/wmNHYdGcB4U/s72-c/20100930000059S.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-395894476800554367</id><published>2010-09-30T23:39:00.000-07:00</published><updated>2010-09-30T23:50:11.351-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ค่าจ้างขั้นต่ำ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงาน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อนุมัติ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไต้หวัน'/><title type='text'>ครม. ไต้หวันอนุมัติการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 17,880 เหรียญ เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 54</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากฝ่ายลูกจ้าง นายจ้าง นักวิชาการและเจ้าหน้าที่รัฐบาลเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ผ่านมติปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 3.47% จากปัจจุบัน 17,280 เหรียญไต้หวันปรับขึ้นไปเป็น 17,880 เหรียญไต้หวัน อีก 1 สัปดาห์ต่อมา คือเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาบริหาร โดยมีนายกรัฐมนตรีอู๋ตุนยี่เป็นประธาน ก็ได้อนุมัติการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าว ท่ามกลางเสียงคัดค้านของกลุ่มแรงงานที่ไม่พอใจอัตราส่วนการปรับขึ้นต่ำกว่าความคาดหวัง ขณะที่กลุ่มนายจ้างก็กล่าวหาว่าสูงเกินกว่าที่จะยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม &lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;เมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว ก็ถือเป็นข้อยุติ ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป แรงงานประมาณ 1.6 ล้านคน ซึ่งรวมแรงงานต่างชาติอีก 200,000 คน จะได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกเดือนละ 600 เหรียญ จาก 17,280 เหรียญในปัจจุบันปรับขึ้นไปเป็น 17,880 เหรียญไต้หวัน ส่วนผู้อนุบาลที่ทำงานอยู่ในบ้านของนายจ้าง เนื่องจากไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน จึงไม่อยู่ในขอบข่ายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนายจ้างว่า จะปรับขึ้นตามไปด้วยหรือไม่&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เมื่อได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างแล้ว เบี้ยกองทุนประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพก็ต้องเสียเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยในส่วนของเบี้ยกองทุนประกันภัยแรงงานจะเสียเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 10 เหรียญ เป็นเดือนละ 286 เหรียญ เบี้ยกองทุนประกันสุขภาพเพิ่มอีก 8 เหรียญ เป็นเดือนละ 244 เหรียญ ในส่วนของนายจ้าง นอกจากต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้นอีก 600 เหรียญต่อคนต่อเดือนแล้ว แต่ละเดือนยังต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันภัยแรงงานให้กับคนงานแต่ละคน จากปัจจุบัน 968 เหรียญ เป็น 1,001 เหรียญ และกองทุนประกันสุขภาพจากปัจจุบันคนละ 911 เหรียญเป็น 943 เหรียญ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-395894476800554367?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/395894476800554367/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/09/17880-1-54.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/395894476800554367'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/395894476800554367'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/09/17880-1-54.html' title='ครม. ไต้หวันอนุมัติการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 17,880 เหรียญ เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 54'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-5605445951239604740</id><published>2010-08-30T22:53:00.000-07:00</published><updated>2010-09-02T02:55:07.290-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผู้ต้องขัง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไต้หวัน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานไทย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขุนพลแรงงานไทย'/><title type='text'>คนงานไทยผู้ต้องขังคดีฆ่าคน ส่งผลงานเล่าชีวิตเสเพลของตนเข้าประกวด คว้ารางวัลผลงานยอดเยี่ยม</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เพื่อให้แรงงานต่างชาติมีโอกาสระบายความรู้สึกและสะท้อนความในใจระหว่างทำงานอยู่ในไต้หวัน เริ่มตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา กองแรงงานเทศบาลกรุงไทเปได้จัดงานประกวดโคลงกลอนสำหรับแรงงานต่างชาติปีละ 1 ครั้ง ซึ่งได้รับความสนใจจากแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมาก มีการส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่สำหรับแรงงานไทยเพิ่งจะส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดเมื่อปี 2552 นี้เอง สาเหตุเพราะการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง หลังจากกองแรงงานเทศบาลกรุงไทเปได้ร้องขอให้สำนักงานแรงงาน ไทเปและสถานีวิทยุ RTI ช่วยประชาสัมพันธ์และเชิญชวนคนงานไทยเข้าร่วมการประกวด จึงมีคน&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;งานไทยส่งผลงานเข้าร่วมปีละประมาณ 40 ชิ้น สำหรับปี 2553 เปิดให้แรงงานต่างชาติส่งผลงานประเภทร้อยแก้วและร้อยกรองเข้าร่วมการประกวดตั้งแต่เดือนมีนาคม หมดเขต 30 มิ.ย. 2553 มีผลงานส่งเข้าร่วมการประกวดทั้งสิ้น 2,502 ชิ้น หลังผ่านกระบวนการคัดเลือก 3 ขั้นตอนแล้ว คณะกรรมการตัดสินได้คัดเลือกผลงานยอดเยี่ยมออกมา 18 ชิ้น ได้แก่ รางวัลผลงานประเภทร้อยกรองอันดับ 1-3 ผลงานยอดเยี่ยมประเภทร้อยกรอง 3 รางวัล ผลงานดีเด่นประเภทร้อยกรอง 6 รางวัล และรางวัลประเภทร้อยแก้วอันดับ 1- 3 ผลงานยอดเยี่ยมประเภทร้อยแก้ว 3 รางวัล นอกจากเงินรางวัลและโล่เกียรติคุณแล้ว ผลงานที่ได้รับรางวัลยังจะถูกนำไปแปลเป็นภาษาจีน ควบคู่กับต้นฉบับตีพิมพ์เป็นหนังสือที่มีรูปเล่มสวยหรูจำนวน 5,000 เล่ม แจกจ่ายให้กับแรงงานต่างชาติเจ้าของผลงาน ผู้เข้าร่วมการประกวดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหอสมุดต่างๆ ทุกแห่ง เพื่อให้ชาวไต้หวันได้ชื่นชมผลงานของแรงงานต่างชาติที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาขายแรงงานถึงที่ไต้หวันด้วย&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ผลการตัดสินปรากฏว่า ผลงานประเภทร้อยกรองนั้น คนงานไทยได้รับรางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล ได้แก่บทกลอนที่ให้ชื่อว่า แรงใจ จากคุณรุ่งนภา ศรีนทีทันดร รางวัลดีเด่น 1 รางวัล ชื่อบทกลอน พึ่งบุญบารมี จากนายอำพร นาวา และรางวัลผลงานยอดเยี่ยมประเภทร้อยแก้ว ชื่อเรื่องเงาสะท้อนอีกด้านของแรงงานต่างชาติ จากนายอรัญ โมดี ในจำนวนนี้ ผลงานของนายอรัญได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนในไต้หวันมากที่สุด เนื่องจากเจ้าของผลงานเป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางไทเป ซึ่งหลงมัวเมากับอบายมุก ลืมเป้าหมายในการเดินทางมาทำงานในต่างแดน ในที่สุดกลายเป็นผู้ต้องขังคดีฆ่าคน ถูกตัดสินจำคุก 11 ปี นายอรัญเรียกร้องให้แรงงานไทยอย่าเดินซ้ำรอยของตน เนื่องจากเขียนได้ใจความ เข้าใจง่ายและใช้คำพูดได้อย่างเหมาะสม แสดงออกถึงความสำนึกในสิ่งที่ตนได้กระทำลงไป เข้าตากรรมการตัดสินได้รับเลือกเป็นผลงานยอดเยี่ยมประเภทร้อยแก้ว และนายอรัญจัดเป็นผู้ต้องขังชาวต่างชาติรายแรกที่ได้รับรางวัลจากกิจกรรมที่ทางการไต้หวันจัดขึ้น ดังนั้นสื่อมวลชนอย่างเหลียนเหอเป้า หรือยูไนเต็ดเดลินิวส์ หนังสือพิมพ์ยักษ์ในวงการสื่อของไต้หวัน ฉบับวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงลงข่าวการได้รับรางวัลของผู้ต้องขังชาวไทยรายนี้อย่างครึกโครม&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;หนังสือพิมพ์เหลียนเหอเป้ากล่าวว่า นายอรัญ โมดี ผู้ต้องขังคดีฆ่าคน ส่งผลงานเล่าถึงบทเรียนที่ต้องซื้อด้วยราคาแพง เข้าร่วมประกวดโคลงกลอนสำหรับแรงงานต่างชาติของกองแรงงานเทศบาลกรุงไทเป จัดเป็นผลงานชิ้นแรกที่ส่งมาจากเรือนจำ โดยนายอรัญ ซึ่งเป็นผู้ฟัง RTI รายการวิทยุภาคภาษาไทย ได้ยินข่าวเชิญชวนเข้าร่วมประกวดบทโคลงกลอนจากในรายการ จึงตัดสินใจเขียนเล่าประสบการณ์ที่แสนจะเจ็บปวดของตน เพื่อเป็นการเตือนสติเพื่อนร่วมชาติที่กำลังหลงมัวเมากับอบายมุข ขอให้กลับตัวกลับใจ ก่อนจะประสบชะตาชีวิตเช่นตน แต่เนื่องจากจำที่อยู่ของกองแรงงานเทศบาลกรุงไทเปไม่ได้ จึงส่งผลงานไปยังสถานีวิทยุ RTI ขอให้ส่งต่อไปยังหน่วยงานที่จัดการประกวด&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;กองแรงงาน เทศบาลกรุงไทเปกล่าวว่า มีกำหนดจัดงานมอบรางวัลแก่เจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัลทั้ง 18 คน ในวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคมศกนี้ ณ ที่ทำการเทศบาลกรุงไทเป โดยมีนายเฉินเย่ซิน ผู้อำนวยการกองแรงงานกรุงไทเป เป็นผู้มอบรางวัล ส่วนนายอรัญ ซึ่งเป็นผู้ต้องขังไม่สามารถมารับรางวัลได้ ทางกองแรงงานได้เรียนเชิญ น.ส. อริยา ลิ้มสุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงาน ไทเป เป็นผู้รับแทน จากนั้นทางสำนักงานแรงงานฯ จะจัดส่งเงินรางวัล 5,000 เหรียญไต้หวันและโล่เกียรติคุณไปยังเรือนจำกลางไทเป เพื่อมอบให้นายอรัญต่อไป &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ทั้งนี้ นายอรัญ โมดี อายุ 27 ปี ภูมิลำเนาอยู่ตำบลวัดตายม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เดินทางมาทำงานเป็นพนักงานชุบโลหะของบริษัท Tongchuan Enterprise ที่เมืองหยางเหมย เขตเถาหยวน เมื่อกลางดึกวันที่ 7 ธ.ค. 2551 นายอรัญ ซึ่งอยู่ในอาการเมาสุราได้ใช้ท่อนไม้ตี แล้วใช้มีดปอกผลไม้ปาดคอนายสนอง บัวจำ อายุ 37 ปี มาจาก ต.นครป่าหมาก จ.พิษณุโลก เพื่อนร่วมโรงงานเดียวกัน จนเสียชีวิตในสวนแห่งหนึ่งข้างทาง ขณะกลับจากเที่ยวดิสโก้เทคในเมืองหยางเหมยด้วยกัน เนื่องจากเกิดเรื่องบาดหมางในวงสุรา วันต่อมาเจ้าของสวนไปพบศพ จึงแจ้งความต่อตำรวจและจับกุมนายอรัญได้ โดยนายอรัญรับสารภาพว่า เดิมคิดจะสั่งสอนนายสนองเท่านั้น แต่ลงมือหนักไปหน่อย จึงใช้มีดปอกผลไม้ที่ผู้ตายพกติดตัวปาดคอจนหลอดลมขาด เพื่อป้องกันผีผู้ตายนำเรื่องไปฟ้อง และตามมาหลอกหลอนอาฆาตตน ต่อมาศาลท้องถิ่นเมืองเถาหยวนพิพากษาจำคุกนายอรัญ 11 ปี ข้อหาฆ่าคนตาย ซึ่งมีกำหนดจะพ้นโทษในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://thai.rti.org.tw/thai/special/scoop/2010/2010.08.29_taipei_listen_to_me_again_01.htm"&gt;&lt;span style="color: #0b5394;"&gt;คลิกอ่าน "เงาสะท้อนอีกด้านของแรงงานต่างชาติ" ผลงานของนายอรัญ โมดี&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://thai.rti.org.tw/thai/special/scoop/2010/2010.08.29_taipei_listen_to_me_again.htm"&gt;&lt;span style="color: #0b5394;"&gt;การประกวดร้อยกรองและร้อยแก้วสำหรับแรงงานต่างชาติ ประจำปี 2010&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color: #0b5394;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-5605445951239604740?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/5605445951239604740/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/08/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/5605445951239604740'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/5605445951239604740'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/08/blog-post.html' title='คนงานไทยผู้ต้องขังคดีฆ่าคน ส่งผลงานเล่าชีวิตเสเพลของตนเข้าประกวด คว้ารางวัลผลงานยอดเยี่ยม'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-620822262985029351</id><published>2010-06-29T07:01:00.000-07:00</published><updated>2011-03-26T19:05:38.858-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผู้อนุบาล'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผิดกฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ค่าหัวคิว'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>แรงงานผิดกฎหมายหลบหนีไปทำงานในบ้านเศรษฐีแถวหยางหมิงซันชานกรุงไทเปกันหลายพันคน CLA เตรียมกวาดล้างครั้งใหญ่</title><content type='html'>จากกรณีที่นางสวี่เวย เจ้าของสถาบันกวดวิชาภาษาอังกฤษชื่อดังใช้แรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย ถูก CLA ลงโทษด้วยการปรับเงิน กลายเป็นข่าวใหญ่ก่อนหน้านี้ ก็มีรายงานว่า ยังมีบรรดาผู้มีอันจะกิน โดยเฉพาะแถวหยางหมิงซัน ชานกรุงไทเป ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านหรูของบรรดาเศรษฐีทั้งหลาย ส่วนใหญ่มีการว่าจ้างแม่บ้านต่างชาติผิดกฎหมาย คาดว่าสูงถึงหลายพันคนทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;สื่อมวลชนในไต้หวันอ้างอิงการเปิดเผยของบริษัทจัดหางานกล่าวว่า ปีสองปีมานี้ จำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างหรือแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ยังไม่ถูกจับกุม เพิ่มขึ้นนับหมื่นคน ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย ตามด้วยแรงงานเวียดนาม สำหรับสาเหตุของการหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA กล่าววิเคราะห์ว่า ส่วนใหญ่หลบหนีเนื่องจากทำงานครบสัญญา ต้องเดินทางกลับบ้าน แต่เนื่องจากขณะที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ต้องเสียค่าหัวคิวในอัตราสูง ทำให้หลังจากทำงานไปแล้ว 3 ปี ยังใช้หนี้ไม่หมด หรือเงินเก็บยังมีไม่มากพอ ต้องการจะหางานต่อไป เพราะหากกลับมาใหม่ ต้องเสียค่าหัวคิวอีก 1 ครั้ง และยังไม่ทราบว่า จะเดินทางมาทำงานได้อีกหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุมาจากเพื่อนแนะนำ หรือทนต่อการกดขี่หรือเอารัดเอาเปรียบของนายจ้างไม่ไหว จึงเลือกใช้วิธีหลบหนี ทำให้ยอดจำนวนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากดูจากสถิติ ณ สิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้ว แรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้าง เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่แรงงานเพศหญิงจากอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาล แต่หากดูจากสถิติของแรงงานต่างชาติหลบหนีโดยรวม เวียดนามยังคงครองตำแหน่งแชมป์ มาเป็นอันดับหนึ่ง มีจำนวนสูงถึง 13,613 คน จากจำนวนทั้งหมด 29,736 คน ครองสัดส่วนแรงงานต่างชาติหลบหนีที่ยังไม่ถูกจับกุมร้อยละ 46 อันดับสองได้แก่ อินโดนีเซีย มีจำนวน 12,038 คน ครองสัดส่วนร้อยละ 40 ตามด้วยคนงานฟิลิปปินส์ 2,843 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9 สำหรับแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ได้เข้ามอบตัวหรือถูกจับกุมมีทั้งหมด 1,241 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 1,012 คน คนงานไทยผู้หญิง 229 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการที่จำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ยังหลบหนีอยู่ในไต้หวันกำลังจะพุ่งทะลุ 30,000 คน ประกอบกับมีรายงานข่าวแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเหล่านี้ จำนวนหนึ่งหลบไปทำงานอยู่ที่บ้านเศรษฐี ทางการ CLA จึงประกาศจะตรวจจับครั้งใหญ่ นอกจากนี้ยังจะให้เงินรางวัลผู้แจ้งเบาะแสนำจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายคนละ 5,000 เหรียญไต้หวัน สำหรับนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย จะมีโทษปรับสูงสุด 750,000 เหรียญไต้หวัน และหากทำผิดซ้ำยังมีโทษจำคุกด้วย ส่วนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย มีโทษปรับตั้งแต่ 30,000 – 150,000 เหรียญไต้หวัน ดังนั้น CLA จึงขอเตือนผ่านรายการของเรามาว่า หากแรงงานต่างชาติประสบปัญหา ให้ติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานบริการรับเรื่องร้องทุกข์ เช่นสายด่วน 1955 ที่โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมงและทั่วเกาะไต้หวันโดยไม่ต้องเสียค่าโทรเป็นต้น อย่าใช้วิธีหลบหนีมาเป็นเครื่องแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาด เพราะได้ไม่คุ้มเสียนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย ซึ่งถูกจับกุมรอการส่งกลับ แต่ได้หลบหนีออกจากสถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกิจการชาวต่างชาติ สาขาเมืองเถาหยวน ด้วยการงัดเหล็กดัดลูกกรง บนเพดานห้องขังเบียดตัวหลบหนีออกไปได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา และหลังจากออกไปลอยนวลอยู่ได้ 2 สัปดาห์ ถูกรวบตัวได้แล้วที่เมืองจงลี่ โดยตำรวจดักจับสัญญาณโทรศัพท์มือถือตลอดช่วงเวลาที่หลบหนี และส่งกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามจนสามารถจับกุมได้ในที่สุด หลังถูกจับ คนงานเวียดนามรายนี้ ซึ่งตัวเล็กสูงเพียง 150 ซม. กล่าวรับสารภาพกับตำรวจว่า ตนเคยเข้ารับการฝึกในหน่วยรบพิเศษ ช่ำชองการทำสงครามแบบจรยุทธ์ สามารถมองเห็นชัดเจนในยามค่ำคืน และตนคิดว่า หากอยู่ในสถานที่ใดที่หนึ่งไม่นาน โอกาสถูกจับนั้นมีน้อย แต่ไม่นึกว่า ตำรวจไต้หวันจะสามารถจับกุมตนได้รวดเร็วเกินคาด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนงานเวียดนามผิดกฎหมายอายุ 25 ปี รายนี้ เพิ่งจะถูกจับกุมมาได้เพียงวันเดียว ถูกนำมาฝากควบคุมตัวไว้ที่ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เมืองเถาหยวน เพื่อรอการเนรเทศส่งกลับประเทศ แต่รุ่งเช้าวันเดียวกันได้ปีนขึ้นบนเพดานของห้องขัง จากนั้นงัดเหล็กดัดซี่กรงบนดาดฟ้า ที่มีช่องห่าง 15 ซม. ให้ถ่างกว้างเป็น 30 ซม. จากนั้นเล็ดลอดหนีออกไปได้ ขณะที่ยังมีคนงานเวียดนามอีก 5 คน เจริญรอยตาม แต่ขณะที่งัดซี่กรงเหล็กและเบียดตัวออกจากห้องขังส่งเสียงดัง ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ของศูนย์กักกันผิดสังเกตรุดมาตรวจสอบ พบคนงานเวียดนามทั้ง 5 ที่ยังหลบอยู่บนเพดาน ยังไม่ทันหนีออกไป จึงรวบตัวได้ และนำไปควบคุมตัวยังห้องอื่น และมีการส่งกำลังตำรวจออกติดตามตรวจตัวคนงานเวียดนามที่หลบหนีออกไปได้รายนี้กลับมาดำเนินคดีได้ในที่สุด ก็ต้องโดนข้อหาหลบหนีออกจากสถานที่กักกัน ซึ่งเป็นคดีอาญามีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 เดือน หลังจากรับโทษแล้ว จึงจะถูกเนรเทศส่งกลับประเทศ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-620822262985029351?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/620822262985029351/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/06/cla.html#comment-form' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/620822262985029351'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/620822262985029351'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/06/cla.html' title='แรงงานผิดกฎหมายหลบหนีไปทำงานในบ้านเศรษฐีแถวหยางหมิงซันชานกรุงไทเปกันหลายพันคน CLA เตรียมกวาดล้างครั้งใหญ่'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-3509238367463014513</id><published>2010-06-29T00:00:00.000-07:00</published><updated>2010-06-29T04:09:58.975-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นายจ้าง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ฆ่าตัวตาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไต้หวัน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ต้นทุน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผู้นำไต้หวัน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภาษี'/><title type='text'>ผู้นำไต้หวันยินดีต้อนรับนักธุรกิจไต้หวันกลับมาลงทุนในมาตุภูมิ แต่ไม่อาจแยกแรงงานต่างชาติออกจากค่าจ้างขั้นต่ำตามที่เสนอ</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;จากการที่รัฐบาลไต้หวันผลักดันแผนการดึงดูดนักธุรกิจไต้หวัน ให้กลับมาลงทุนในมาตุภูมิ ประกอบกับเกิดเหตุกระโดดถึงฆ่าตัวตายอย่างต่อเนื่องถึง 13 คนของพนักงานบริษัทฟอกซ์คอนในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของหงไห่ปรีซิชั่น บริษัทรับจ้างผลิตคอมพิวเตอร์และสินค้าไอทีที่ใหญ่ที่สุดของโลกสัญชาติไต้หวัน โดยวิธีแก้ปัญหาของบริษัทหงไห่ ซึ่งทำให้ทั่วโลกตะลึงก็คือ ปรับขึ้นเงินเดือนพนักงานทั้งหมด 800,000 คน ร้อยละ 122 ส่งผลให้มีเสียงเรียกร้องขอขึ้นค่าจ้างดังกระหึ่มไปทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก และนักธุรกิจส่วนใหญ่มองว่า จีนแผ่นดินใหญ่ที่เคยได้เปรียบด้าน&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ต้นทุนแรงงานต่ำ ไม่ได้เป็นสวรรค์ของผู้ประกอบการอีกต่อไป ต่างเตรียมถอนหรือย้ายฐานการผลิตออกจากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการไต้หวัน นอกจากสนใจไปลงทุนเวียดนาม อินโดนีเซียและอินเดียแล้ว ยังประสงค์จะกลับมาลงทุนที่บ้านเกิดตามคำชักชวนของรัฐบาล ซึ่งอุปสรรคหรือปัญหาของการกลับมาลงทุนที่ไต้หวัน เช่นภาษี สถานที่ตั้งโรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกจากรัฐบาล ก็ได้รับการแก้ไขไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงสัดส่วนหรือโควตาและค่าจ้างแรงงานต่างชาติ ซึ่งผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลแยกแรงงานต่างชาติออกจากค่าจ้างขั้นต่ำ โดยให้เป็นไปตามราคาตลาดและความตกลงของนายจ้างและลูกจ้าง และต้องการให้ว่าจ้างแรงงานต่างชาติในสัดส่วนที่มากขึ้น ประเด็นหลังทางรัฐบาลก็ได้เตรียมมาตรการรองรับเอาไว้แล้ว กล่าวคือจะมีปรับสัดส่วนการจัดสรรโควตาแรงงานต่างชาติให้กับผู้ประกอบการใหม่ในเดือนสิงหาคมปีนี้ จากปัจจุบัน 3 ระดับได้แก่ร้อยละ 15 18 และ 20 เปลี่ยนเป็น 5 ระดับ ได้แก่ร้อยละ 10, 15, 20, 25 และ 35 โดยกิจการที่เป็นงานหนัก งานเสี่ยง และงานสกปรก หรือที่เรียกกันว่า กิจการจำพวก 3 เค เช่นโรงงานทอผ้า ฟอกย้อมและตกแต่งสำเร็จ โรงงานถลุงหรือหล่อโลหะเป็นต้น ซึ่งหาคนงานท้องถิ่นเข้าทำงานได้ยาก ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานมากที่สุด จะอนุมัติให้สามารถว่าจ้างแรงงานต่างชาติได้ในอัตราส่วนสูงสุดคือร้อยละ 35 ขณะที่อุตสาหกรรมไฮเทค เช่นอิเลคทรอนิคส์ คอมพิวเตอร์เป็นต้น จะจำกัดการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ จากปัจจุบันที่นำเข้าได้ในสัดส่วนร้อยละ 15 จะลดลงเป็นร้อยละ 10 ของแรงงานท้องถิ่น&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เหลือเพียงปัญหาต้นทุนค่าจ้างแรงงานต่างชาติ ซึ่งผู้ประกอบการเรียกร้องให้รัฐบาลแยกแรงงานต่างชาติออกจากระบบค่าจ้างขั้นต่ำ โดยให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันเอง อย่างไรก็ตาม นางหวาง หรูเสวียน ประธานคณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA และนายหวู ตุนยี่ นายกรัฐมนตรี เคยแถลงจุดยืนอย่างเป็นทางการแล้วว่า ไม่สามารถที่จะยกเลิกการคุ้มครองค่าจ้างขั้นต่ำในแรงงานต่างชาติได้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่วกล่าวย้ำ ขณะให้การต้อนรับการเข้าพบของตัวแทนผู้ประกอบการว่า ปัจจุบัน ค่าจ้างแรงงานในจีนแผ่นดินใหญ่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลต่อกำไรการส่งออก รัฐบาลจึงหวังดึงดูดผู้ประกอบการกลับมาลงทุนที่มาตุภูมิ โดยจะอำนวยความสะดวกในทุกเรื่อง และส่วนใหญ่ก็ดำเนินการไปแล้ว แต่สำหรับค่าจ้างแรงงานต่างชาติที่ผู้ประกอบการต้องการให้ยกเลิกการคุ้มครองจากกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำนั้น ไม่สามารถกระทำเช่นนั้นได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะหาทางลดต้นทุนการผลิตด้านแรงงานของผู้ประกอบการลง ส่วนจะปรับส่วนไหน อย่างไร จะให้คณะกรรมการการแรงงานนำไปศึกษาและดำเนินการต่อไป&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ด้าน CLA กล่าวว่า ภายใต้หลักการที่ไม่แยกแรงงานต่างชาติและค่าจ้างขั้นต่ำออกจากกัน นายจ้างสามารถลดต้นทุนด้านอาหารและที่พัก เนื่องจากปัจจุบัน กฎหมายกำหนดให้นายจ้างหักค่าอาหารที่พักแรงงานต่างชาติได้สูงสุดไม่เกิน 5,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน แต่สำนักงานแรงงานของประเทศต่างๆ ยืนหยัดให้นายจ้างหักได้ไม่เกิน 2,500 เหรียญ ดังนั้นทาง CLA จะหารือกับสำนักงานแรงงานของประเทศผู้ส่งออกถึงความเป็นไปได้ในการอนุญาตให้นายจ้างหักค่าอาหารและที่พักได้มากขึ้น ซึ่ง CLA เห็นว่า หนทางที่จะให้สำนักงานแรงงานของประเทศต่างๆ ยินยอมให้ความร่วมมือ มี 2 ประการ หนึ่ง คือยกระดับคุณภาพอาหารและที่พักให้คุ้มค่ากับค่าอาหารที่จะปรับสูงขึ้น ประการที่สอง คือช่วยเหลือนายจ้างนำเข้าแรงงานต่างชาติ ด้วยระบบจ้างตรง โดยไม่ผ่านการจัดส่งของบริษัทจัดหางาน เมื่อแรงงานต่างชาติไม่ต้องเสียค่าหัวคิว โอกาสที่จะปรับขึ้นค่าอาหารก็มีความเป็นไปได้สูง&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เดิม CLA ประกาศให้นายจ้างหักค่าอาหารที่พักได้ไม่เกินเดือนละ 4,000 เหรียญไต้หวัน ต่อมาเมื่อปี 2550 เพื่อลดภาระด้านต้นทุนของนายจ้าง ได้ประกาศปรับขึ้นเป็นไม่เกิน 5,000 เหรียญ อย่างไรก็ตาม สำนักงานแรงงานไทย ยืนหยัดอนุญาตให้นายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานไทยหักค่าอาหารและที่พักได้ ไม่เกิน 2,500 เหรียญไต้หวันมาตั้งแต่ต้น แม้ระยะหลัง จะยืดหยุ่นให้ปรับขึ้นได้บ้าง สำหรับนายจ้างที่ดูแลแรงงานไทยดี และรายได้ของแรงงานไทยก็อยู่ในระดับสูง แต่โดยหลักการแล้วก็ยังยืนหยัดให้หักได้ไม่เกิน 2,500 เหรียญ จนสำนักงานแรงงานของประเทศอื่นเอาอย่าง กลายเป็นมาตรฐานการจัดเก็บค่าอาหารที่พักที่รัฐบาลอนุญาตให้หักได้ ไม่เกิน 5,000 เหรียญ แต่ตามความเป็นจริงแล้ว นายจ้างส่วนใหญ่หักค่าอาหารในอัตรา 2,500 เหรียญไต้หวันต่อเดือน จะมีอยู่บ้างที่หัก 3,000 หรือ 3,500 เหรียญ แต่ก็เป็นส่วนน้อย&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-3509238367463014513?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/3509238367463014513/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/06/blog-post_29.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/3509238367463014513'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/3509238367463014513'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/06/blog-post_29.html' title='ผู้นำไต้หวันยินดีต้อนรับนักธุรกิจไต้หวันกลับมาลงทุนในมาตุภูมิ แต่ไม่อาจแยกแรงงานต่างชาติออกจากค่าจ้างขั้นต่ำตามที่เสนอ'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-7853012851928310039</id><published>2010-06-28T23:58:00.000-07:00</published><updated>2010-06-29T00:08:57.332-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ศูนย์บริการจ้างตรง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บริษัทจัดหางาน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไต้หวัน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='CLA'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานไทย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>ป้องกันบริษัทจัดหางานเรียกรับค่าใช้จ่าย ขณะยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านระบบจ้างตรง นายจ้างต้องแนบหนังสือรับรอง</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เพื่อจะลดภาระค่าใช้จ่ายของแรงงานต่างชาติที่ต้องเสียให้กับบริษัทจัดหางาน คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ของไต้หวัน ได้ผลักดันระบบจ้างตรง ส่งเสริมให้นายจ้างนำเข้าแรงงานต่างชาติโดยไม่ต้องผ่านการจัดส่งของบริษัทจัดหางาน โดย CLA ได้จัดตั้งศูนย์จ้างตรงบริการนายจ้างและแรงงานต่างชาติด้วยระบบ One Stop Service หรือให้บริการทุกอย่างเบ็ดเสร็จในจุดเดียว แต่มีการตรวจพบว่า มีนายจ้างบางรายมอบหมายให้บริษัทจัดหางานเดินเรื่องต่อศูนย์จ้างตรง และมีการเรียกเก็บค่าหัวคิวจากคนงานต่างชาติ ทำให้เจตนารมณ์ผิดเพี้ยนไป เพื่อป้องกันบริษัทจัดหางานหากินแบบง่ายๆ ดังนั้น CLA ประกาศมาตรการใหม่ เริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติ&lt;/div&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ผ่านศูนย์บริการจ้างตรง จะต้องแนบหนังสือรับรองไม่มอบหมายให้บริษัทจัดหางานดำเนินการใดๆ ซึ่งลงนามโดยนายจ้างและแรงงาต่างชาติ และหากมีการตรวจพบในอนาคตว่ามีบริษัทจัดหางานเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย ไม่เพียงแต่จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต ยังจะถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 300,000 – 1,500,000 เหรียญไต้หวันเลยทีเดียว&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;คณะกรรมการการแรงงานหรือ CLA ผลักดันระบบจ้างตรง โดยจัดตั้งศูนย์บริการจ้างตรงทั่วไต้หวัน 6 แห่ง มาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว วัตถุประสงค์ก็เพื่อบริการนายจ้างที่ต้องการว่าจ้างแรงงานต่างชาติคนเดิมกลับมาทำงานรอบใหม่ ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการทำเรื่องที่ยุ่งยากและสลับซับซ้อน โดยทางศูนย์จะเป็นผู้ดำเนินการแทนนายจ้าง ซึ่งจะทำให้การนำเข้าแรงงานต่างชาติของนายจ้างง่ายและใช้เวลาไม่นาน ขณะที่แรงงานต่างชาติก็จะได้ลดภาระค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าหัวคิวให้แก่บริษัทจัดหางาน อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ CLA ตรวจพบว่า มีนายจ้างบางรายที่มาขอใช้บริการของศูนย์จ้างตรง แต่ไม่ยอมทำเรื่องด้วยตนเอง ทั้งๆ ที่ลดขั้นตอนให้เหลือง่ายที่สุดแล้ว กลับมอบหมายให้บริษัทจัดหางานเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งผลก็คือคนงานต่างชาติ ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่บริษัทจัดหางานอยู่ดี เท่ากับว่ารัฐบาลช่วยเหลือบริษัทจัดหางานทำเรื่องนำเข้าแรงงานต่างชาติ ส่งผลให้เจตนารมณ์ในอันที่จะช่วยเหลือนายจ้างและแรงงานต่างชาติผิดเพี้ยนไป&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เพื่อรักษาระบบจ้างตรง ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือหากินของบริษัทจัดหางาน เริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นายจ้างที่ยื่นของนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านศูนย์จ้างตรง จะต้องแสดงหนังสือรับรองที่ลงนามโดยนายจ้างและแรงงานต่างชาติว่า ยื่นเรื่องนำเข้าแรงงานต่างชาติด้วยตัวเอง โดยไม่ผ่านหรือเสียค่าใช้จ่ายให้แก่บริษัทจัดหางานใดๆ หากฝ่าฝืนกฎระเบียบ นอกจากจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแล้ว นายจ้างยังจะถูกลงโทษด้วยการปรับเงินตั้งแต่ 300,000 ขึ้นไป ไม่เกิน 1,500,000 เหรียญไต้หวัน&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;เจ้าหน้าที่ CLA กล่าวว่า หลังจากที่คนงานซึ่งผ่านระบบจ้างตรงเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน CLA ยังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าหรือใช้โทรศัพท์สอบถามจากตัวคนงานทุกราย เพื่อรับประกันว่า คนงานต่างชาติที่ผ่านศูนย์จ้างตรง ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ให้แก่บริษัทจัดหางาน &lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คนงานต่างชาติเดินทางเข้าสู่ไต้หวันแล้ว หากนายจ้างไม่มีเวลาพาคนงานไปทำเรื่องพิมพ์ลายนิ้วมือขอใบถิ่นที่อยู่ ไปตรวจร่ายกาย หรือพาคนงานไปหาหมอในยามเจ็บไข้ได้ป่วย CLA อนุญาตให้ใช้บริการของบริษัทจัดหางานได้ โดยบริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนเกินกำหนดไม่ได้&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ปัจจุบัน ศูนย์บริการจ้างตรง จะให้บริการนายจ้างที่ต้องการจะว่าจ้างแรงงานต่างชาติรายเดิมกลับมาทำงานรอบใหม่ แต่สำหรับการว่าจ้างแรงงานต่างชาติคนใหม่ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปีหน้า เมื่อถึงเวลานั้น นายจ้างที่ต้องการจะว่าจ้างคนงานต่างชาติรายใหม่ สามารถยื่นนำเข้าผ่านศูนย์จ้างตรงได้ โดยทางศูนย์จะประสานกับสำนักงานแรงงานของประเทศผู้ส่งออก เสนอรายชื่อคนงานตามคุณสมบัติที่นายจ้างต้องการ จากนั้นนายจ้างสามารถเลือกได้ว่าจะไปคัดคนงานด้วยตัวเอง หรือสัมภาษณ์ผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ เมื่อคัดคนงานตามที่ต้องการได้แล้ว กระทรวงแรงงานของประเทศผู้ออก จะให้ความช่วยเหลือคนหางาน ในการทำเรื่องเดินทางมาทำงานกับนายจ้างไต้หวัน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-7853012851928310039?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/7853012851928310039/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/06/blog-post_28.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7853012851928310039'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/7853012851928310039'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/06/blog-post_28.html' title='ป้องกันบริษัทจัดหางานเรียกรับค่าใช้จ่าย ขณะยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านระบบจ้างตรง นายจ้างต้องแนบหนังสือรับรอง'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5786688055368411292.post-9179443778991024498</id><published>2010-06-28T02:48:00.000-07:00</published><updated>2010-06-28T23:55:17.501-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สถิติ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผิดกฎหมาย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หลบหนี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไต้หวัน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานไทย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แรงงานต่างชาติ'/><title type='text'>แรงงานเวียดนาม แหกคุกหมู่อีกแล้ว หนีสำเร็จ 1 คน ถูกรวบ 5</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;ศูนย์กักกันแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่เมืองเถาหยวนเสียหน้า หลังเกิดเหตุการณ์คนงานเวียดนามผิดกฎหมาย 6 คนแหกห้องกักกัน ด้วยการงัดเหล็กดัดซี่กรงหน้าต่างบนดาดฟ้า แต่ขณะปีนออกนอกหน้าต่างส่งเสียงดัง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รักษาการณ์รุจไปตรวจสอบ ปรากฏว่ารวบคนงานเวียดนามที่เตรียมหลบหนีได้ 5 คน ขณะที่เล็ดลอดหนีออกไปได้ 1 คน เจ้าหน้าที่กำลังตามจับมาดำเนินคดีต่อไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์คนงานเวียดนามผิดกฎหมายแหกห้องขังครั้งนี้ เกิดขึ้นที่ศูนย์กักกันคนงานต่างชาติผิดกฎหมายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;และกิจการชาวต่างชาติสาขาเมืองเถาหยวน ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตสูง 4 ชั้น มีระบบป้องกันการหลบหนีอย่างแน่นหนา แต่มิวายถูกคนงานเวียดนามลูบคม ทำให้เสียหน้า โดยคนงานเวียดนามผิดกฎหมายเพศชาย อายุ 25 ปี ซึ่งมีรูปร่างผอม ตัวเล็ก สูงเพียง 150 ซม. เพิ่งจะถูกจับกุมมาได้เพียงวันเดียว ถูกนำมาฝากควบคุมตัวไว้ที่ศูนย์แห่งนี้ เพื่อรอการเนรเทศส่งกลับประเทศ แต่แรงงานเวียดนามที่ยังไม่คุ้นกับสถานที่รายนี้ น่าทึ่งมากมาอยู่ได้เพียงแค่วันเดียว กลับรู้ช่องทางหลบหนีของสถานกักกันเป็นดี โดยเมื่อรุ่งเช้าวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้ปีนขึ้นบนเพดานของห้องขัง จากนั้นงัดเหล็กดัดซี่กรงบนดาดฟ้า ที่มีช่องห่าง 15 ซม. ให้ถ่างกว้างเป็น 30 ซม. จากนั้นเล็ดลอดหนีออกไปได้ ขณะที่ยังมีคนงานเวียดนามอีก 5 คน เห็นเพื่อนร่วมชาติหลบหนีต้องการจะหลบหนีตามไปมั่ง แต่ขณะที่งัดซี่กรงเหล็กและเบียดตัวออกจากห้องขังส่งเสียงดัง ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ของศูนย์กักกันผิดสังเกตรุจมาตรวจสอบ พบคนงานเวียดนามทั้ง 5 ที่ยังหลบอยู่บนเพดาน ยังไม่ทันหนีออกไป จึงรวบตัวได้ และนำไปควบคุมตัวยังห้องอื่น และรายงานให้กับผู้บังคับบัญชาติดตามตัวคนงานเวียดนามที่หลบหนีออกไปได้รายนี้กลับมาดำเนินคดีต่อไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาแรงงานเวียดนามหลบหนี สร้างความปวดหัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาส่วนใหญ่จะหนีอย่างไม่คิดชีวิต หรือแม้กระทั่งยอมตายที่ไต้หวัน แทนการส่งกลับประเทศ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเปิดเผยว่า การตรวจจับคนงานหลบหนี ถ้าเป็นคนงานเวียดนาม จะต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะจะกระโดดวิ่งหนีการจับกุม จนร่วงตกลงมาเสียชีวิตไปแล้วหลายราย ขณะที่คนงานไทยและฟิลิปปินส์จะยอมให้ตำรวจจับโดยดี ขณะคุมตัวส่งกลับประเทศก็เช่นกัน ถ้าเป็นคนงานเวียดนาม จะต้องใส่กุญแจมือและต้องมีเจ้าหน้าที่คุมตัวไปในอัตรา 2 นายต่อคนงานเวียดนาม 1 คน เพราะพวกเขาจะหลบหนีทุกวินาทีที่มีโอกาส โดยไม่กลัวความตาย เช่น เปิดประตูโดดออกจากรถตำรวจที่กำลังวิ่งอยู่บนทางด่วนด้วยความเร็วสูง หรือเมื่อส่งถึงสนามบินแล้ว ถ้าเป็นแรงงานไทย ตำรวจจะส่งเข้าด่านตม. สำหรับผู้โดยสารขาออกก็พอแล้ว แต่หากเป็นแรงงานเวียดนาม นอกจากต้องล็อกกุญแจมือแล้ว เจ้าหน้าที่ยังต้องคุมตัวขึ้นเครื่องด้วย และใช่ว่าจะปลอดภัยแล้ว ที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุการณ์ที่คนงานเวียดนามผิดกฎหมายถูกคุมตัวขึ้นเครื่องบิน หลังตำรวจลงจากเครื่องแล้ว เปิดประตูฉุกเฉินกระโดดหนี ก่อนเครื่องจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้ต้องมีการไล่จับกันวุ่นบนรันเวย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อปี 2550 เคยเกิดเหตุการณ์ที่แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย ขณะถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานรองรับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่เมืองอี๋หลาน แหกค่ายหลบหนีออกไปแล้วหลายครั้ง ซึ่งมีทั้งใช้วิธีขุดหลุม ไต่หลังคาและปีนออกทางหน้าต่างโดยใช้ผ้าปูที่นอนหย่อนตัวลงไป คล้ายกับหนังฮอลลีวูดแหกคุกชื่อดังเรื่อง ชอว์แชงค์ มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรงเลยทีเดียว จนถึงขั้นทำให้ผู้บัญชาการสถานรองรับคนงานต่างชาติเมืองอี๋หลานถูกปลดไปแล้ว 2 คน ฐานปล่อยให้คนงานต่างชาติผิดกฎหมายแหกคุกออกไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันแรงงานเวียดนาม ยังคงหลบหนีในอัตราสูง แต่เนื่องจากจำนวนแรงงานเวียดนามมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะผู้ชาย เพราะนายจ้างและบริษัทจัดหางเบื่อหน่ายต่อปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนงานเวียดนามมากมาย แม้ว่าการนำเข้าคนงานเวียดนามจะได้กำไรดีกว่าแรงงานไทย 2-3 เท่าตัวก็ตาม อย่างไรก็ตามจำนวนการหลบหนีและยังไม่ถูกจับกุมของแรงงานเวียดนามยังคงสูงเป็นอันดับหนึ่ง จากสถิติล่าสุดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกิจการชาวต่างชาติ ณ สิ้นเดือนเม.ย. ปีนี้ ทั่วไต้หวันมีแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบจับกุมจำนวนทั้งหมด 29,736 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานเวียดนาม 13,613 คน อันดับสองที่ไล่ตามมาติดๆ ได้แก่คนงานอินโดนีเซีย 12,038 คน อันดับ 3 ได้แก่คนงานฟิลิปปินส์ 2,843 คน สำหรับแรงงานไทยที่หลบหนีและยังไม่ได้เข้ามอบตัวหรือถูกจับกุมมีทั้งหมด 1,241 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 1,012 คน คนงานไทยผู้หญิง 229 คน &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5786688055368411292-9179443778991024498?l=rti-thai-kunpol.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/feeds/9179443778991024498/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/06/blog-post.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/9179443778991024498'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5786688055368411292/posts/default/9179443778991024498'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://rti-thai-kunpol.blogspot.com/2010/06/blog-post.html' title='แรงงานเวียดนาม แหกคุกหมู่อีกแล้ว หนีสำเร็จ 1 คน ถูกรวบ 5'/><author><name>Rti Thai</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13509469685570756661</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='31' height='22' src='http://3.bp.blogspot.com/_XO1Pd6Cy-Sg/S4uOJuuLbRI/AAAAAAAAAAw/ekkrMSKEleo/S220/1220-32.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry></feed>
